แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเด่นออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเด่นออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เซียนพนันหมดตัว!!! จากบ่อนปอยเปต กลายเป็นผีเฝ้าบ่อน

เซียนพนันหมดตัว!!!  จากบ่อนปอยเปต กลายเป็นผีเฝ้าบ่อน


        กรณีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ออกมาเสนอความเห็นให้มีการเปิดบ่อนกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย พร้อมทั้งให้เหตุผลจะได้นำเงินรายได้มาบริหารประเทศ และจะไม่ให้ทำเงินรั่วไหล กระทั่งมีกลุ่มต้านออกมาเคลื่อนไหวเป็นข่าวครึกโครมอยู่ขณะนี้ ขณะเดียวกันทีมข่าวในพื้นที่จ.สระแก้ว ลงพื้นที่สอบถามความเห็นการเปิดบ่อนกาสิโน ซึ่งส่วนใหญ่ขาพนันก็เห็นด้วยกัับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายไทยระบุว่ามีนักพนันชาวไทยที่เดินทางเข้าไปเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต แล้วเล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัวต้องถึงกับจำนำพาสปอร์ตจนกลายเป็นผีข้างบ่อน ไม่กล้าเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยหลายสิบคน 

        เกี่ยวกับเรื่องนี้ทาง พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กล่าวยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวมีจริง แต่ จนท.ตม.จว.สระแก้ว ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เนื่องจากอยู่ในต่างประเทศ และคนเหล่านั้นก็ใช้พาสปอร์ตเดินทางออกไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตม.ไม่สามารถจะทำอะไรได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าที่ผ่านมา ทาง จนท.ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา เคยมาเล่าให้ฟังว่ามีคนไทยทั้งหญิงและชาย หลายสิบคนไปเช่าบ้านซึ่งเป็นห้องแถวเล็กๆคล้ายสลัม ด้านหลังบ่อนกาสิโนฯอยู่อาศัยมานานหลายเดือนแล้ว 

        จากการตรวจสอบพบว่าเป็นนักพนันชาวไทยที่เดินทางเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต แล้วเล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัวบางคนติดต่อญาติให้ส่งเงินมาให้แต่ก็ไม่ยอมกลับยังคงนำเงินมาเล่นพนันจนถึงกับต้องจำนำพาสปอร์ต เมื่อไม่มีพาสปอร์ต และไม่มีเงินก็เดินทางกลับประเทศไทยไม่ได้จึงต้องกลายเป็นผีเฝ้าบ่อน อาศัยคอยดูแลรับจ้างซื้อของ และเชียร์นักพนันเมื่อเขาเล่นได้ก็จะให้ทิปครั้งละ 100-200 บาท เป็นค่าอาหารอยู่ไปวันๆเท่านั้น 

        ด้านนายสุรชัย(หรือเฮียแป๊ะ) อายุ 46 ปี มีอาชีพค้าขายอยู่ที่ จ.นนทบุรี และเป็นนักพนันที่เดินทางมาเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาเป็นประจำเผยว่า เดินทางมาเล่นพนันในบ่อนปอยเปต เป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 วัน ยอมรับว่าตั้งแต่มาเล่นพนันในบ่อนปอยเปต มีทั้งได้และเสียแต่ส่วนใหญ่จะเสียมากกว่าได้ และบอกว่าเห็นด้วยหากประเทศไทยจะเปิดบ่อนกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย เพราะทุกวันนี้มีคนไทยเดินทางไปเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา ซึ่งมีอยู่ติดประเทศไทย รวมกว่า 15 บ่อน คนไทยขนเงินออกไปเล่นในบ่อนเขมรวันละกว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงน่าเสียดายมากควรจะเปิดในไทยเพื่อเงินจะได้ไม่ไปอยู่ในฝั่งเขมร อีกทั้งรัฐก็ยังเก็บภาษีมาช่วยคนจนได้อีกด้วย และเชื่อว่าคนไทยที่ชอบเล่นพนันนับพันคนต่อวันจะได้ไม่ต้องเดินทางออกไปเล่นนอกประเทศ อีกด้วยเป็นการทำให้เงินยังอยู่ในประเทศไทย



ที่มา เว็บไซค์  http://breakingnews.nationtv.tv/

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เตือน!!กิน ปักเป้าน้ำจืด ระวังอันตรายถึงชีวิต

กิน ปักเป้าน้ำจืด ระวังอันตรายถึงชีวิต




            
           มีรายงานเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2558  ผศ.ภาสกร แสนจันแดง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ สาขาการประมง มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขต หนองคาย เปิดเผยว่า ปลาปักเป้านั้นมีทั้งปลาน้ำจืด และปลาทะเล ซึ่งปักเป้าน้ำจืดที่พบในหนองน้ำธรรมชาติ มีทั้งหมด 8 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ปักเป้าทอง, ปักเป้าจุดส้ม, ปักเป้าขน, ปักเป้าปากดำ, ปักเป้าเป้า, ปักเป้าท้องตาข่าย, ปักเป้าบึง และปักเป้าควาย ทุกสายพันธุ์ ล้วนมีสารพิษที่เรียกว่าซาซิโทซิน โดยจะอยู่ทั่วทุกส่วน ของตัวปลาและพิษของปลาปักเป้าไม่สามารถถูกทำลาย ด้วยความร้อนได้แม้ว่าจะปรุงให้สุกก็ตาม ซึ่งลุ่มน้ำชี และเขื่อนลำปาวจะพบปลาปักเป้าชุกชุม ส่วนในแม่น้ำโขง ก็พบปลาปักเป้าบ้างเล็กน้อย ความเชื่อของคนอีสานยังเข้าใจว่า ปลาปักเป้านั้นกินได้บางสายพันธุ์ โดยชาวบ้านที่นำปลาปักเป้ามารับประทานจนต้องนำส่งโรงพยาบาลนั้นเป็นปักเป้าเป้าและปักเป้าบึง ซึ่งความ จริงแล้วทุกสายพันธุ์ล้วนอันตรายถึงชีวิต

            ทางด้าน นพ.วิวรรธน์ ก่อวิริยกมล นายแพทย์ สสจ.หนองคาย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากนำปลาปักเป้ามาปรุงอาหาร เป็นการเสี่ยงรับพิษโดยตรงจากตัวปลา จะเกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรง มีอาการชาตามลำตัว ถ้านำส่งโรงพยาบาลไม่ทันอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ และถ้ารับประทานในปริมาณมาก อัตราการเสียชีวิตยิ่งสูงมากขึ้นไปด้วย เพราะทุกส่วนของตัวปลามีพิษที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ประสาท พิษจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของโซเดียม ทำลายวงจรเซลล์ประสาท ระบบสั่งการของสมองและอวัยวะควบคุมประสาทและสมองโดยตรง รุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจได้ ความอันตรายขึ้นอยู่กับปริมาณการรับประทานด้วย หากรับประทานปลาปักเป้า 1 ขีด อัตราการตายมีมากกว่าร้อยละ 50 ดังนั้น ถ้าไม่มั่นใจว่าปลาปักเป้าไหนมีพิษ จึงควรหลีกเลี่ยงนำมารับประทานจะดีที่สุด

เด็ก นร.นั่งพลอดรักไม่แคร์สื่อ หน้าหาดศูนย์ราชการ

เด็ก นร.นั่งพลอดรักไม่แคร์สื่อ หน้าหาดศูนย์ราชการ เล่นจ้ำจี้ในห้องน้ำเชียงราย





นักเรียนโรงเรียนดังนั่งพลอดรักไม่แคร์ใครหน้าหาดศูนย์ราชการสัตหีบ ประชาชนวอนผู้เกี่ยวข้องช่วยดูแล สารวัตรนักเรียนจับนร.จ้ำจี้ในห้องน้ำสาธารณะจังหวัดเชียงราย

          เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาขณะที่หน่วยราชการ สถานศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ กำลังเลิกงาน ทำให้ถนนเลียบชายทะเล ชายหาดดงตาล บริเวณหน้าศูนย์ราชการพื้นที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่ใช้รถสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก แต่ในวันนี้พบว่า ที่เป็นจุดสนใจดึงดูดความสนใจของผู้คน เมื่อได้เห็นต้องมองกันแทบไม่ละสายตาเป็นภาพนักเรียนหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ชั้นมัธยมตอนต้น อายุประมาณ 12 ปี อยู่ในชุดนักเรียนโรงเรียนสถาบันชื่อดังของอำเภอสัตหีบ ค่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์สีแดง กำลังนั่งพลอดรัก กอด หอม  ชนิดไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น อยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง จนเป็นภาพที่วิพากษ์วิจารณ์ ของประชาชนที่ผ่านไปในทางที่เสื่อมเสีย

          นายเอ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) เปิดเผยว่า อยากฝากไปยังสถานศึกษา และหน่วยงานราชการต่าง ๆ ให้เข้มงวดช่วยกันสอดส่องดูแล ไม่ให้สถานที่ดังกล่าว ต้องตกเป็นแหล่งพลอดรักของหนุ่มสาว ในยามเย็นหลังเลิกเรียน จนเกิดเหตุอาชญากรรมตามมา โดยเฉพาะคดีอนาจาร และข่มขืน ตลอดจน เป็นภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสีย ส่งผลต่อสถานศึกษานั้น ๆ อีกด้วย

สารวัตรนักเรียนจับนร.จ้ำจี้ในห้องน้ำสาธารณะ
              เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเสมารักษ์ (สารวัตรนักเรียน) จังหวัดเชียงรายได้รับแจ้งจากตำรวจอาสาชุมชนเกาะลอย เขตเทศบาลนครเชียงรายว่า ได้ควบคุมตัวเด็กนักเรียนชายหญิง 2 คน มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม ในห้องน้ำสาธารณะ ภายในสวนสุขภาพเกาะลอย เจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ พบกับชุดตำรวจอาสากำลังควบคุมตัว นักศึกษาหญิงในเครื่องแบบนักเรียน สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในเชียงราย และวัยรุ่นชายหนึ่งคน ทั้งคู่เป็นเยาวชนอายุเพียง 17 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน จอดอยู่หลังห้องน้ำสาธารณะ
              ตำรวจอาสาชุมชนเกาะลอย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ เห็นนักศึกษาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้ามาในสวนสาธารณะ จากนั้นเห็นว่านั่งกอดกันครู่ใหญ่ และเดินจูงมือกันเข้าไปในห้องน้ำหญิงพร้อมกันทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หายไปพักใหญ่ เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่เหมาะสมจึงตามเข้าไปเรียกออกมาตักเตือน พร้อมทั้งบันทึกภาพใว้เป็นหลักฐาน แต่ระหว่างการบันทึกภาพกลับถูกวัยรุ่นโวยวาย จนมีการโต้เถียงสักพัก ต่อมาเจ้าหน้าที่สารวัตรนักเรียนจึงได้เชิญตัวทั้งสองมาบันทึกประวัติ เพื่อรายงานให้สถาบันที่นักศึกษาอยู่ให้ทราบ พร้อมได้อบรมสั่งสอน ก่อนปล่อยตัวไป
              สำหรับการจับเด็กมาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในห้องน้ำสาธารณะนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ เคยเจอในลักษณะนี้ 2-3 ครั้ง ซึ่งได้รับการแจ้งจากแม่บ้านทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้งว่า พบถุงยางอนามัยทิ้งเรี่ยราดในห้องน้ำสาธารณะ ไม่เหมาะสม ทางผู้ดูแลสวนสาธารณะก็ได้จัดเวรยามมาคอยตรวจตรา พฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่นที่มาใช้สวนสาธารณะ ตั้งแต่ สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มสุรา นั่งพรอดรักกันตามศาลา ต้องคอยตักเตือนเป็นประจำ

ข่าวจาก คม-ชัด-ลึก

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หนุ่มใต้หวั่นชนะการประกวดเฟ้นหาดาวโป๊ชาย ที่ประเทศญี่ปุ่น

หนุ่มใต้หวั่นชนะการประกวดเฟ้นหาดาวโป๊ชาย ที่ประเทศญี่ปุ่น




          เว็บไซต์ข่าวของฮ่องกง แอปเปิ้ล เดลี่รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ว่า ชายหนุ่มไต้หวันวัย 26 ปี นามสกุล หลี่ชนะการการแข่งขันเฟ้นหาดารานำชายแห่งวงการภาพยนตร์ AV ของญี่ปุ่น ที่จัดโดย ฟูตูเบะ ทีวีซึ่งรางวัลของการชนะครั้งนี้คือการได้จูบกับดาราสาวสวยที่อยู่ในการแข่งขัน พร้อมทั้งสิทธิ์ที่จะสามารถเข้าวงการเป็นดาราหน้าใหม่     

          ชายหนุ่มรายนี้เริ่มต้นจากการเป็นคนว่างงานและไม่ค่อยมีเงินติดตัว ตั้งแต่หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย นายหลี่ กำลังมองหาทิศทางของชีวิตตนเองจนไปพบกับโฆษณาการแข่งขันดังกล่าวในเว็บไซต์ จึงได้เขียนอีเมล์ติดต่อไปยังทีมงาน ซึ่งภายหลังทีมงานก็ได้ตอบรับกลับมาบอกว่าเขามีคุณสมบัติพร้อมในการเข้าแข่งขันในรอบรองสุดท้ายได้ทันที ดังนั้น นายหลี่ จึงได้ยืมเงินจากเพื่อนของเขาเพื่อซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปญี่ปุ่น และแม้ว่าเขาจะมาสายในการแข่งขันถึงสามชั่วโมง ก็ยังคงได้รับสิทธิ์เข้าแข่ง     

         ทั้งนี้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่(AV)ที่มีมูลค่าถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 672,000 ล้านบาท) ของญี่ปุ่นกำลังขาดแคลนนักแสดงนำชายอยู่นั้น  ชิมิเคนดารานำชายซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานกล่าวว่า ผู้ชายในวงกรภาพยนตร์ประเภทนี้หายากยิ่งกว่าเสือเบงกอล     เมื่อนายหลี่ มาถึงสถานที่จัดการแข่งขันเขาก็พบว่า มีผู้เข้าแข่งขันเพียง 6 คน และมีดาราสาวจากภาพยนตร์ประเภทนี้เพียง 1 คนเท่านั้น ด่านแรกนายหลี่ กล่าวว่าเขาต้องเริ่มจากการให้ทีมงานวัดขนาดของอวัยวะเพศ แม้เขาจะอายแต่ก็สามารถผ่านมันไปได้ จากนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรับประทานยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ  ได้รับการปลุกอารมณ์โดยดาราสาวเป็นเวลา 5 นาที แล้วจะต้องปล่อยอสุจิตามคำสั่งของทีมงานอย่างเคร่งครัด     

         ในที่สุดนายหลี่ ก็เป็นฝ่ายชนะ ได้รับเงินรางวัล 80 ดอลลาร์สหรัฐ (2,688 บาท) ได้จูบกับดาราสาวสวยอย่างที่ต้องการ พร้อมสิทธิ์ในการร่วมงานเล่นภาพยนตร์คู่กับเธอในอนาคต เมื่อนายหลี่ เดินทางกลับมาไต้หวันจึงได้เขียนบอกเล่าเรื่องราวที่เขาไปประสบมาทั้งหมด


ที่มาข่าวจาก เดลินิวส์

อาม่า! ชาวจีนบุญหนักจ่ายเงิน ไถ่ชีวิตหมา ในเทศกาลกินเนื้อหมา

อาม่า! ชาวจีนบุญหนักจ่ายเงิน ไถ่ชีวิตหมา ในเทศกาลกินเนื้อหมา



         สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากเมืองหยูหลิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่า หญิงชาวจีนวัย 65ปี ชื่อหยาง เสี่ยวหยุน ยอมจ่ายเงิน7,000หยวน(ราว 36,300บาท)  เพื่อซื้อชีวิตสุนัขประมาณ 100ตัว ที่ถูกขังอยู่ในกรงเตรียมนำไปฆ่าทำเป็นอาหารในเทศกาลกินเนื้อหมา เมืองหยูหลิน เขตปกครองตนเองกวางสี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 
         
         งานเทศกาลกินเนื้อหมาในเมืองหยูหลินจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงครีษมายัน ช่วงที่กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี โดยชาวบ้านจะนำสุนัขมาทำเป็นอาหารรับประทานกับลิ้นจี่ ขณะที่ น.ส.หยางเผยว่า เธอจะนำสุนัขที่ซื้อมากลับไปเลี้ยงที่บ้านของเธอในเมืองเทียนสิน ห่างจากเมืองหยูหลินเกือบ 2,000กม. หลังเธอเดินหาซื้อสุนัขภายในตลาดแห่งหนึ่งในเมือง  
        
        ด้านกลุ่มรณรงค์เคลื่อนไหวสิทธิสัตว์ออกมาประณามว่า เทศกาลดังกล่าวเป็นการทารุณสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มสิทธิสัตว์เคยเดินขบวนประท้วงภายในเมืองและตามซื้อสุนัขเพื่อช่วยชีวิตไม่ให้ถูกฆ่ามาแล้ว แม้ชาวบ้านจะบอกว่าสุนัขที่นำมารับประทานฆ่าด้วยวิธีที่ไม่โหดร้ายและมีมนุษยธรรม ทั้งนี้จากรายงานของมูลนิธิแอนนิมอล เอเชีย พบว่าสุนัขส่วนใหญ่ที่ขายตามท้องตลาดของจีนเป็นสุนัขที่ถูกขโมยมาหรือไม่ก็เป็นสุนัขเร่ร่อน          


        อย่างไรก็ตามชาวจีนประมาณ30ล้านคนที่เป็นผู้เลี้ยงสุนัขพยายามช่วยกันรณรงค์สิทธิสัตว์ต่อต้านเทศกาลกินเนื้อหมา ขณะที่เทศบาลเมืองหยูหลินแถลงว่า เทศบาลเมืองไม่มีส่วนสนับสนุนในการจัดงานดังกล่าว แม้การรับประทานเนื้อสุนัขจะไม่ผิดกฎหมายในจีน แต่รัฐบาลได้ขอให้ผู้ค้าปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยทางด้านอาหาร

ขอบคุณที่มาข่าวจาก เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คนไทยกล้าพอไหม เกาหลีใต้ ออก แคมแปนค์แก้วิกฤต “เมอร์ส” ชวนนกท่องเที่ยวเข้าประเทศ พร้อมเสนอเงินฟรี 9.6หมื่นบาท หากติดเชื้อไวรัส!!

คนไทยกล้าพอไหม  เกาหลีใต้ ออก แคมแปนค์แก้วิกฤต เมอร์ส”  ชวนนกท่องเที่ยวเข้าประเทศ  พร้อมเสนอเงินฟรี 9.6หมื่นบาท หากติดเชื้อไวรัส!!



      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ได้พยายามต่อสู้กับปัญหาโรคเมอร์สที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนักโดยเสนอเงินให้นักท่องเที่ยวฟรีจำนวน 3 พันดอลลาร์ หรือราว 96,000 บาท หากเข้าประเทศแล้วปรากฎว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 

      รายงานระบุว่า มาตรการนี้มีขึ้นในห้วงที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญวิกฤตเชื้อไวรัสเมอร์สระบาดหนัก  และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 24 ราย และมีการกักบริเวณผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อหลายพันคน รวมทั้งมีการปิดโรงเรียนเกือบ 3 พันแห่ง และวิกฤตนี้ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวยกเลิกแผนการเที่ยวประเทศนี้กว่า 1 แสนราย ซี่งถือเป็นข่าวร้ายมากสำหรับเกาหลีใต้ซึ่งแต่ละเดือนจะมียอดนักเที่ยวเข้าประเทศเฉลี่ย 1 ล้านคน

'Ecocapsule' ที่พักที่ไม่ต้องพึ่งโลกภายนอก

'Ecocapsule' ที่พักที่ไม่ต้องพึ่งโลกภายนอก




ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณสามารถมีที่พักขนาดเล็กที่เดินทางไปไหนมาไหนกับคุณได้ แถมยังผลิตไฟฟ้าออกมาใช้ได้เอง เพื่อชาร์จโทรศัพท์มือถือ เปิดโทรทัศน์ รับฟังข่าวสารได้ในทุกที่ที่ต้องการ แม้กระทั่งในป่าห่างไกล จะดีเพียงใด 

      แนวคิดของที่พักในลักษณะนี้เกิดขึ้นจริงในโลกนี้แล้ว โดยฝีมือของบริษัทไนซ์ อาร์คิเทค ในประเทศสโลวาเกีย ที่ออกแบบที่พักรูปทรงแคปซูล ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และมีออปชั่นเป็นกังหันลมผลิตไฟฟ้าให้เลือกใช้ด้วย


      การออกแบบแคปซูลที่พักแบบนี้ บริษัทบอกว่ายึดเอาความสะดวกสบายในการใช้งานในพื้นที่ห่างไกลเป็นหลักในการสร้างขึ้นมา ทุกแคปซูลจะมีระบบผลิตไฟฟ้า ระบบกรองน้ำ ทุกอย่างมีขนาดกะทัดรัดพอที่จะใส่เข้าไปในแคปซูลขนาดนอนได้ 1 คน ที่มีทั้งห้องน้ำเป็นสัดส่วน ห้องครัวเล็กๆ และพื้นที่ทำงานพร้อมเก้าอี้นั่งสองตัว ทั้งหมดนี้ถูกบรรจุอยู่ในแคปซูลขนาดพื้นที่ใช้สอย 120 ตารางฟุต


       แถมยังเคลื่อนย้ายได้สะดวกเพราะทุกอย่างอยู่ในแคปซูลเดียวกัน นำขึ้นรถพ่วงแล้วใช้รถกระบะลากไปที่แคมปิ้งสวยๆ ที่ห่างไกลก็ไม่ต้องง้อสาธารณูปโภคภายนอก ทั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปาอีกเลย

       ผู้ออกแบบระบุว่าแคปซูลแบบนี้เหมาะกับการใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่ใช้เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยอิสระ หรือที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว แม้แต่จะประยุกต์เป็นบ้านพักฉุกเฉินสำหรับพื้นที่ประสบภัย แม้แต่ใช้สำหรับเป็นที่พักของหน่วยกู้ภัยที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือก็ย่อมได้



       ในส่วนของการผลิตไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ กับกังหันผลิตไฟฟ้า สามารถให้พลังไฟฟ้าได้มากถึง 9,744 วัตต์ต่อชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่สำหรับสำรองไฟ ขณะที่ระบบจัดการน้ำ ยังมีเครื่องมือสำหรับดักน้ำค้างและน้ำฝน มาผ่านกระบวนการกรองและรีไซเคิล และด้วยระบบพื้นฐานทั้งสองนี้ สามารถรองรับการใช้งานได้นานอย่างน้อย 1 ปี เมื่อนำเอาแคปซูลที่พักรุ่นนี้ไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์หรือระบบสนับสนุนใดๆ ทั้งสิ้น

        น่าเสียดายที่บริษัทผู้ผลิตยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายของแคปซูลบ้านรักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นนี้ออกมา แต่มีแผนการรับจองจากลูกค้าแล้วในช่วงปลายปี 2558 นี้ ก่อนที่จะส่งแคปซูลบ้านตัวเป็นๆ ให้แก่ลูกค้าชุดแรกได้ตั้งแต่กลางปี 2559


        แต่จากประมาณการของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่าราคาแคปซูลบ้านขนาด 120 ตารางฟุต ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบดังที่กล่าวพร้อมค่าจัดส่งไปยังลูกค้าที่ออสเตรเลียจะอยู่ที่ 1,632 ดอลลาร์ต่อหน่วย และสำหรับลูกค้าในนิวยอร์กราคาจะปรับขึ้นเป็น 2,394 ดอลลาร์ต่อหน่วย เนื่องจากค่าขนส่งและปัจจัยอื่นๆ

ขอบคุณที่มาจาก คม-ชัด-ลึก

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

‘โดรน’ ภัยร้ายในชีวิตประจำวันแบบใหม่

‘โดรน’ ภัยร้ายในชีวิตประจำวันแบบใหม่


         ทุกวันนี้ "โดรน" ยานบินไร้คนขับนั้นไม่ได้เป็นเพียงของเล่นคนรวยเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป โดรน มีราคาถูกและมีจำหน่ายในฐานะของเล่น หรือเครื่องมือประกอบการในสัมมาอาชีพ เช่นกลุ่มนักถ่ายภาพที่ต้องการภาพในมุมแปลกๆ แตกต่างจากผู้อื่น เราจึงเห็นโดรนบินว่อนกันในอากาศกันมากมาย 
         จนเมื่อไม่นานมานี้กรมการบินพลเรือนในบ้านเราได้ออกกฎหมายควบคุมการบินโดรน โดยต้องขออนุญาตการบินโดรน รวมทั้งแจ้งปริมาณเชื้อเพลิงที่บรรจุภายในโดรน ต้องใช้บินได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ป้องกันไม่ให้รบกวนจราจรทางอากาศ และไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปนำโดรนที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพขึ้นบิน เพราะอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่จะอนุญาตเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีความจำเป็นในการถ่ายภาพ เช่น กลุ่มสื่อสารมวลชนและธุรกิจการถ่ายภาพ ทั้งยังกำหนดระดับความสูง โดยห้ามโดรนบินสูงเกินกว่า 500 ฟุต และต่ำเกินกว่า 50 ฟุตจากระดับพื้นดิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบินพาณิชย์ และประชาชนทั่วไป 
         ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ทำไมกรมการบินพลเรือนถึงต้องอาศัยกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางอากาศ พ.ศ. 2497 มาบังคับใช้เพื่อควบคุมการใช้โดรนให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการเป็นอันตรายต่อการบิน รวมทั้งป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 
         เพราะในต่างประเทศ มีรายงานว่าโดรนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีและไม่มีชีวิตชนิดอื่นอย่างมาก มีเหตุการณ์ที่โดรนพุ่งชนกระจกหน้ารถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่ การใช้โดรนนำทรายที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และมีมือดีนำโดรนไปบินใกล้ๆ กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของฝรั่งเศสและปรากฏตัวอย่างลึกลับ
         ล่าสุด ก็มีภาพข่าวปรากฏว่านักร้องชื่อดังอย่าง เอนริเก อิเกลเซียส ได้รับบาดเจ็บที่มือจนต้องเข้ารับการผ่าตัดหลังจากพยายามเอื้อมมือขึ้นไปจับโดรนที่บินมาใกล้ๆ เวทีคอนเสิร์ท ทำให้ใบพัดของโดรนที่ทั้งหมุนอย่างรวดเร็วและมีความบาง คม เฉือนมือเข้าให้
         โฆษกเอดีเอซี สมาคมยานยนต์แห่งเยอรมนี ที่มีบทบาทอย่างมากมายในอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองเบียร์ กล่าวถึงโดรนว่า "เป็นพาหนะที่อันตรายอย่างมีคุณภาพ" โดยอ้างถึงกรณีที่โดรนบินพุ่งชนกระจกหน้ารถยนต์ที่กำลังแล่นอยู่บนทางหลวงสายหนึ่งในเยอรมนี ซึ่งไม่ใช่ที่ที่โดรนควรจะอยู่

         นอกจากรถยนต์แล้ว เฮลิคอปเตอร์ ที่มีความสามารถในการบินแนวดิ่งและแนวระดับ ในทุกระดับความสูง (แต่ไม่เทียบได้กับเครื่องบินในระดับความสูงมากๆ) ก็อาจเป็นอันตรายจากโดรนที่อาจจะพุ่งเข้าชนได้ทุกเมื่อ หากโดรนที่มีประสิทธิภาพในการบนที่ความสูงระยะจำกัด เกิดเข้าไปอยู่ในเส้นทางบินของเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินในระดับต่ำ
         ด้วยเหตุนี้เอง ดอยช์ ฟลัคซีเชอรุง (ดีเอฟเอส) หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านการจัดการจราจรทางอากาศเหนือน่านฟ้าเยอรมนี ได้ออกคำเตือนและคำสั่งห้ามบินโดรนใกล้กับสนามบินเกินไป มิเช่นนั้นผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ซึ่งเป็นกฎห้ามและควบคุมการบินโดรนในลักษณะเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ห้ามการบินโดรนในพื้นที่ชุมนุมชน ในเขตหวงห้ามของทหาร โรงไฟฟ้า และโรงพยาบาล ยิ่งสนามบินยิ่งเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้โดรนเข้าไปเฉียดใกล้ 
         ซึ่งจะว่าไปแล้วโดรนก็มีลักษณะเหมือนกับนกตามธรรมชาติ ที่หากถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ของเครื่องบิน ระหว่างที่นักบินกำลังเร่งกำลังเครื่องยนต์สูงสุดเพื่อนำเครื่องบินน้้ำหนัก กว่า 100 ตันอย่างโบอิ้ง 747 ขึ้นสู่อากาศ หายนะก็อาจจะเกิดขึ้นมาได้ เพราะในสนามบิน นกที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติยังเป็นที่รังเกียจเลย นับประสาอะไรกับโดรน
         ต่อไปในอนาคตอาจจะมีการบังคับให้เจ้าของโดรนทำประกันภัยบุคคลที่สาม เพื่อจะได้มีผู้รับผิดชอบในกรณีที่เกิดเหตุที่เป็นอันตรายจากโดรน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทประกันภัยในเยอรมนีอยู่ในเวลานี้  โดรนนั้นบินได้ แต่ต้องบินอย่างมีจิตสำนึก แล้วจะสนุกและปลอดภัยครับ


ที่มาข่าวจาก คม-ชัด-ลึก

หื่น! เด็กวัด จับก้นสาวที่มาทำบุญ กลางวัดดังสมุทรปราการ

หื่น! เด็กวัด จับก้นสาวที่มาทำบุญ กลางวัดดังสมุทรปราการ




สาวโรงงานบางปู บุกขึ้นโรงพัก แจ้งความเอาผิดเด็กวัดดัง ย่านสมุทรปราการ ที่อ้างเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จับก้นสาวขณะมาทำบุญ โชคดีผู้ใหญ่บ้านเข้าคุมตัวไว้ได้ทัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 มิ.ย. 58 น.ส.หวาน (นามสมมติ) อายุ 23 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศุภรักษ์ โพธิ์ศรี พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าได้ถูกชายคนหนึ่งลวนลาม ขณะที่ไปทำบุญที่วัดดังแห่งหนึ่ง กลางเมืองสมุทรปราการ โดยมี นายสมมาท วงษ์บุญรอด ผู้ใหญ่บ้านได้คุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ ทราบชื่อ นายสุริยะ ธรรมชาติ อายุ 24 ปี เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
น.ส.หวานให้การว่า ตนและเพื่อนทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ชักชวนกันไปทำบุญที่วัดดังกล่าว ต่อมาระหว่างเดินเล่นอยู่ภายในวัด นายสุริยะได้เดินเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เมื่อตนทั้งสองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป นายสุริยะก็จะเข้ามาติดอยู่ในกล้องทุกครั้ง และยังจ้องมองมาที่ตนทั้งสองอยู่ตลอด เมื่อตนรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงได้ชักชวนกันกลับบ้าน
ระหว่างนั้น นายสุริยะได้วิ่งเข้ามาหา พร้อมกับถามตนในทำนองว่าขายตัวเท่าไร ตนจึงตอบว่า มาทำบุญไม่ได้ขายตัว ขณะที่ตนกำลังจะเดินหนี นายสุริยะได้ใช้มือมาจับที่ก้นของตน ตนจึงได้ร้องให้คนช่วย ก่อนที่นายสุริยะจะเข้าไปหลบในห้องน้ำ กระทั่งผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุพบเห็น จึงได้พาคนมาช่วยจับนายสุริยะเอาไว้ได้

ด้าน นายสุริยะ สารภาพว่า ตนจับก้นฝ่ายหญิงจริง เพราะช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ดื่มสุรา จึงทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ระหว่างนั้นพบเห็นหญิงสาวทั้งสองคนเดินอยู่ภายในวัด เกิดความชอบ จึงได้เข้าไปเพื่อหวังจะลวนลาม แต่ฝ่ายหญิงร้องให้คนช่วย ตนจึงกลัว ก่อนที่จะเข้าไปหลบในห้องน้ำกระทั่งถูกจับกุม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาอนาจารในที่สาธารณะ แล้วส่งตัวดำเนินคดีต่อไป


ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์

รปภ.ลวงสาวกัมพูชาหวังข่มขืนไม่ยอมดิ่งตึกดับ

รปภ.ลวงสาวกัมพูชาหวังข่มขืนไม่ยอมดิ่งตึกดับ


ที่สน.ร่มเกล้า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 มิถุนายน พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร ผกก.สน.ร่มเกล้า พ.ต.ท.อุกฤช ศรีนิติวรวงศ์ สว.สส. และ ร.ต.อ.จารุวัจน์ ศรีราเพ็ญ รอง สว.สส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า จับกุมตัว นายชรินทร์ จงทอง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 5 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหา หลังก่อเหตุกักขังหน่วงเหนี่ยวและพยายามข่มขืนสาวชาวกัมพูชา โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้างย่านสะพานใหม่ ซอยพหลโยธิน 50 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.
              การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เวลาประมาณ 13.00 น.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ร่มเกล้า รับแจ้งเหตุหญิงสาวตกจากห้องพักเลขที่ 119/115 ชั้น 3 ของอาคาร 5 แฟลตปากบึง ร่มเกล้า แขวงคลองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.นวมินทร์ 1 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเกิดเหตุทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.เปา อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นลูกจ้างร้านอาหาร ย่านรามคำแหง โดยจากแนวทางการสืบสวนทราบอีกว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่กับผู้ตาย คือนายชรินทร์ ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องที่เกิดเหตุ มีอาชีพเป็น รปภ.และได้หลบหนีไปในวันที่เกิดเหตุ จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า จึงออกสืบสวนหาข่าว จนทราบว่านายชรินทร์ ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อน ที่ย่านสะพานใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ กระทั่งพบตัวนายชรินทร์ที่ ห้างบิ๊กซี สะพานใหม่ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ร่มเกล้า
              สอบสวนนายชรินทร์ ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้หลอกลวงผู้ตายที่มีหน้าตาดี ว่าตนสามารถช่วยทำบัตรทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ จากนั้นได้ชักชวนผู้ตายมาที่ห้องของตน โดยพาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มา เมื่อมาถึงห้องได้ล๊อคประตูในห้อง แล้วได้นั่งดื่มเหล้าในห้อง ซักพักได้ขอ ผู้ตายร่วมเพศแต่ผู้ตายไม่ยินยอม จึงได้ปลุกปล้ำ แต่ผู้ตายวิ่งหลบหนีจะออกประตู ตนจึงขวางประตูไว้ พร้อมกับยึดโทรศัพย์ของผู้ตายไว้ แต่ผู้ตายสะบัดหลุดวิ่งไปที่ด้านหลังห้อง แล้วตัดสินใจปีนออกระเบียงหลังห้องแล้วตกลงมานอนหมดสติ มีเลือดไหลจำนวนมาก ด้วยความตกใจจึงรีบขับรถจักรยานตร์หลบหนีมาพักกับเพื่อน ก่อนมาถูกจับกุมดังกล่าว ทั้งนี้ตนทำลักษณะนี้เป็นเพียงครั้งแรกเท่านั้น
              อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปีกใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากมีแนวทางการสืบสวนยังทราบอีกว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ชอบหลอกลวงหญิงสาวต่างด้าว ย่านหน้ารามคำแหง ว่าสามารถทำบัตรที่ทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายได้ รวมทั้งหางานให้ แม้กระทั่งหาคู่สมรสที่เป็นชาวไทย ที่ร่ำรวยได้อีกด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหา "หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ใช้กำลังประทุษร้าย" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณที่มาข่าวจาก  คม-ชัด-ลึก

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อันตรายต้องแจ้งความ! โรคติดต่อ 'เมอร์ส'

อันตรายต้องแจ้งความ!  โรคติดต่อ 'เมอร์ส'

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ 'เมอร์ส' อันตราย - ต้องแจ้งความ


18 มิ.ย. 58  เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา http://www.mratchakitcha.soc.go.th/ ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ
                      ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ประกาศลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552 และประกาศลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557 กําหนดชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ จำนวน 50 โรค นั้น
                      อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ ดังนี้
                      "51. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome - MERS) มีอาการไข้ ไอ หอบ บางรายมีอาการรุนแรงมักมีอาการแสดงของโรคปอดอักเสบ ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว อวัยวะล้มเหลว โดยเฉพาะไตวาย จนถึงขั้นเสียชีวิต"
                      ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ
                      ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ประกาศลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ประกาศลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552 และประกาศลงวันที่
13 สิงหาคม พ.ศ. 2557 กําหนดชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ จํานวน 21 โรค นั้น
                      อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ดังนี้
                      "22. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome - MERS)"
                      ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน



ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่ออันตราย
                      ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศลงวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2524 ประกาศลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2546 และประกาศลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557 กําหนดชื่อโรคติดต่ออันตราย จํานวน 6 โรค นั้น
                      อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่ออันตราย ดังนี้
                      "7. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome - MERS)"
                      ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข


ขอบคุณที่มาข่าว จาก คม-ชัด-ลึก

พบแล้วรายแรกในไทย!!! ผู้ติดเชื้อโรคเมอร์สหมอยืนยัน

พบแล้วรายแรกในไทย!!!   ผู้ติดเชื้อโรคเมอร์สหมอยืนยัน



วันที่ 18มิ.ย.2558 ศ.เมื่อเวลา 15.30 น.ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยา ได้ประชุมหลังจากมีการแชร์ข้อความผ่านโลกออนไลน์ว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส คนแรกในประเทศไทยแล้วโดยเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง และมีประวัติสัมผัสอูฐ สร้างความแตกตื่นให้กับสังคมออนไลน์มาก รวมทั้งยังแชร์ข้อความพบผู้ต้องสงสัยโรคดังกล่าว 3 รายที่จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นข้อมูลเก่าและกรมควบคุมโรค(คร.)ได้แถลงชัดว่าเป็นโรคไข้เลือดออก
                นพ.โอภาสการย์กวินพงศ์ รองอธิบดี คร. กล่าวว่าระบบการเฝ้าระวังของประเทศไทยทำอย่างเข้มงวด ทำให้จะมีผู้ที่เข้าข่ายต้องสอบสวนโรคทุกวัน แต่ปัจจุบันเทคนิคการตรวจวินิจฉัยเชื้อทางห้องปฏิบัติการทำได้รวดเร็วเพียง 1 วันเท่านั้น จึงไม่มีผู้อยู่ระหว่างสอบสวนโรคค้างในระบบ อย่างไรก็ตาม จากการส่งต่อข้อความต่างๆผ่านโซเซียลว่า พบผู้ต้องสงสัยล่าสุด ขอให้รอผลการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการก่อนภายในวันที่ 18 มิถุนายนนี้
นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยที่มีการส่งตรวจเชื้อในวันนี้ ผลเบื้องต้นโดยการเก็บเชื้อจากโพรงจมูก พบว่า ผลเป็นลบ อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลอีกในช่วงเย็นวันนี้
                ทั้งนี้เมื่อเวลา 17.40 น. ศ.เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษากรมควบคุมในฐานะประธานคณะกรรมการผู้เชียวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยา กล่าวว่า จากการประชุมผู้เชี่ยวชาญ มีความเห็นว่าขณะนี้ในประเทศไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคเมอร์สในประเทศเป็นรายแรก แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นคนไทย เพราะเป็นต่างชาติที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และมาตรวจเชื้อยืนยันในห้องปฏิบัติการในประเทศไทย ซึ่งผลทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเป็นเชื้อไวรัสเมอร์ส
                ต่อมาเวลา 18.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยา อาทิ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค รศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ ศ.นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร ประธานศูนย์ควบคุมโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลศิริราช ศ.นพ.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าห้องปฎิบัติการไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยไวรัสสัตว์สู่คน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแถลงข่าวกรณีผู้ป่วยโรคเมอร์ส
ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส จากการคัดกรองผู้ป่วย ล่าสุด รับผู้ป่วยชาย ชาวตะวันออกกลาง อายุ 75 ปี โดยสถาบันบำราศนราดูรรับตัวเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2558 ผู้ป่วยรายนี้เดินทางมาจากตะวันออกกลาง ถึงประเทศไทย วันที่ 15 มิ.ย. 2558 เพื่อมารักษาโรคหัวใจที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ขณะเดินทางและอยู่บนเครื่องบินไม่มีอาการไข้ แต่หลังจากเดินทางถึงประเทศไทยและเข้ารับการรักษาในรพ.เอกชนทันที พบว่ามีอาหารไข้ เหนื่อย หอบ ไอ รพ.เอกชนดังกล่าว จึงแยกผู้ป่วยและญาติไปห้องแยกโรคโดยเฉพาะไม่ให้ปะปนกับผู้ป่วยรายอื่นทันที
 
               พร้อมมีมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวัง โดยเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลทุกคนมีการป้องกันตัวเอง และส่งตัวอย่างเชื้อตรวจทางห้องปฏิบัติการ(แล็ป) ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ผลปรากฏเป็นบวก คือ ผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อโรคเมอร์ส และอาการไม่ดีขึ้นจึงส่งตังมารักษาต่อที่สถาบันบำราศฯ โดยเข้ารับการรักษาในห้องแยกโรคที่มีคความดันเป็นลบ และมีการส่งตัวอย่างเชื้อตรวจซ้ำเพื่อยืนยันในห้องปฏิบัติการ 2 ห้อง พบผลยืนยันเป็นบวกเช่นกัน ขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการทรงตัว
 
               ศ.นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2558 ได้มรการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย จำนวน 59 คน ได้แก่ ครอบครัว 3 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 20 คน พนักงานโรงแรม 4 คน แท็กซี่ 2 คน ลูกเรือสายการบิน 2 คน ที่เหลือเป็นผู้โดยสารเครื่องบินลำเดียวกับผู้ป่วยและนั่ง 2 แถวหน้าและ 2 แถวหลังผู้ป่วย โดยในส่วนผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูง คือ ดูแลใกล้ชิด เช็ดตัว คือ ครอบครัวและเจ้าหน้าที่รพ.บางส่วน ได้รับตัวไว้สังเกตอาการที่สถานพยาบาลแล้ว ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดคนอื่นที่มีความเสี่ยงน้อยขณะนี้มีรายชื่อและเข้าสู่ระบบติดตามแล้ว โดยให้อยู่กับบ้าน หยุดงาน และเจ้าหน้าที่จะโทรไปสอบถามติดตามอาการทุกวันอย่างน้อย 14 วันตามระยะฟักตัวของโรค และเจ้าหน้าที่ลงไปเยี่ยมบ้านทุก 1 สัปดาห์
 
               “ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้ติดเชื้อในประเทศไทย แต่เดินทางมาจากประเทศตะวันออกกลาง สธ.ได้ตรวจและวินิจฉัยได้เร็วเพราะมีการตรวตระมัดระวังอยู่แล้ว เช่นเดียวกับประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์ที่ตรวจวินิจฉัยคนไข้ได้เร็วและสามารถควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้าง โดยพบเพียง 1-2 ราย ทั้งนี้ รพ.เอกชนที่ผู้ป่วยไปเข้ารับการรักษาครั้งแรกมีมาตรการเฝ้าระวังตั้งแต่ต้นสำหรับผู้ป่วยที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางและประเทศที่โรคระบาดอยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดในรพ.เหมือนประเทศเกาหลีใต้”ศ.นพ.รัชตะกล่าว
 
               นพ.ธนะรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ขณะนี้สามารถติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งในวันที่ 19 มิถุนายน 2558จะมีการสอบสวนโรคเพิ่มเติมเพื่อหาว่ายังมีผู้สัมผัสอีกหรือไม่ ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรค ไม่พบว่า ชายชาวตะวันออกกลาง มีประวัติสัมผัสสัตว์
 
               ด้านรศ.นพ.ทวี กล่าวว่า การพบผู้ป่วยไม่เกินความคาดหมาย ขอให้มีความมั่นใจ ฝากถึงประชาชน ว่าการเดินทางไปในประเทศที่เสี่ยง ขอให้กลับมาแล้วแจ้งให้โรงพยาบาลรับทราบทันทีเมื่อป่วยจะช่วยหยุดการะบาดของโรคได้
 
               ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่จะสามารถพบเชื้อได้ในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยเตรียมตัวรับมือ โรคนี้มานาน รายดังกล่าวมีการติดตามตั้งแต่สนามบินถึงโรงพยาบาล ต่อมาเมื่อถึงโรงพยาบาลก็ให้เข้าห้องแยกโรคทันที และส่งตัวอย่างตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬา รามาฯ เมื่อผลออกมา ก็มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญทันที พร้อมกับย้ายผู้ป่วยมาที่สถาบันบำราศฯ รวมทั้งญาติทั้งสามรายเพื่อกักโรค ขอยืนยันว่า ไทยมีความมั่นใจ ที่จะทำให้เชื้อไม่แพร่กระจายออกสู่ชุมชน ถ้ามีกรณีที่ต้องสงสัย แล้วสามารถตรวจจับได้เร็วก็สามารถคุมโรคได้
 
               “สำหรับประเทศไทย เหตุการณ์การแพร่ระบาดในวงกว้าง แบบเกาหลีใต้ คงไม่เกิดขึ้น เพราะโรงพยาบาลแรกที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษามีมาตรการควบคุมตั้งแต่แรก โดยการนำผู้ป่วยเข้าห้องแยกโรคทันที ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลก็ป้องกันตัวเองทุกคน นอกจากนี้ ในสถานพยาบาลอื่นๆ แพทย์ไทยทุกคนหากพบผู้มีอากรเข้ากับโรคนี้ได้ จะซักถามประวัติ และรายงานให้ระบบการตรวจจับรับทราบทันที”ศ.นพ.ประเสริฐ กล่าว
 
               ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า คนไทยต้องตระหนัก และรับผิดชอบตัวเองในการป้องกันโรคนี้ด้วย จะรอเพียงการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าคิดว่า เสี่ยง และมีอาการก็ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ ทั้งนี้ การแพร่ของโรค หากมีอาการมาก ไอ จาม มาก อาการบอบช้ำมากก็จะแพร่เชื้อไปได้มาก
 
               ศ.นพ.วสันต์ กล่าวว่า จากการที่หลายสถาบันทำการตรวจยืนยันเชื้อจากผู้ป่วยรายนี้ ในหลายช่วงเวลา พบปริมาณไวรัสน้อยมาก จนเมื่อคนไข้เข้ามาอยู่ในระบบควบคุมรักษาของรพ. จึงพบว่าปริมาณเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เท่ากับระยะแพร่เชื้อที่จริงจัง เป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ในการควบคุมที่รพ.อยู่แล้ว ดังนั้น โอกาสที่แพร่ไปติดแท็กซี่จะน้อยมาก ทำให้ทราบว่าการตรวจวินิจฉัยโรคต้องตรวจจากเสมหะ
 
               นพ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่มีการปิดข่าว แต่ต้องรอผลการยืนยันตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก สถานการณ์เช่นนี้ จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคนต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ด้วยการทราบตนเอง เมื่อเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงโรค เมื่อเจ็บป่วยต้องแจ้ง และใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ เพื่อป้องกันโรค

รบ.มั่นใจสธ.รับมือได้ขอปชช.อย่าตื่นตระหนก 
 
               พล.ต.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า รัฐบาลมั่นใจกระบวนการทำงานที่ครอบคลุมครบถ้วนของกระทรวงสาธารณสุข  ว่าจะไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดได้ เพราะดำเนินการตามขั้นตอนการควบคุม และยับยั้งการแพร่ระบาดในระดับสูงสุดตามมาตรการสากล  รวมทั้งให้การรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้ออย่างดีที่สุด อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีฝากเรียนพี่น้องประชาชนว่า  ไม่ควรตกใจกับเหตุการณ์นี้  แต่จำเป็นต้องใส่ใจติดตามข่าวสารและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นระยะ  เพื่อความปลอดภัยสูงสุด สำหรับรัฐบาลเองได้ดำเนินตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ ในกรณีเผชิญเหตุเพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณ ข่าวจาก คม-ชัด-ลึก

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

เลว! สาวลูกครึ่งเข้าแจ้งความ ถูกอดีตแฟนรุมโทรม อัดคลิปขู่


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 เมษายน พ.ต.อ.วีระพันธ์ ทันใจ รอง ผบก.สส.ภาค 3 พร้อม พ.ต.อ ณรงค์ เสวก ผกก.สส. 1 บก.สส.ภาค 3 พ.ต.ท สุทิน หวังกลับ รอง ผกก.สส.สภ.ครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และ ร.ท พีรศักดิ์ ใจภักดี ปฏิบัติการหัวหน้าชุดกองพันทหารราบที่ 1 มณฑลทหารบกที่ 21 (พัน.ร.มทบ.21) กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2 ) ค่ายสุรนารี สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 214 บ้านนาราก หมู่ 2 ต.อรพิมพ์ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
ตามที่ญาติของน.ส.แหม่ม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี สาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ได้แจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษนายณัฐพล อายุ 23 ปี พร้อมพวก ได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ลักษณะโทรมหญิง พร้อมใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปในขณะก่อเหตุ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ต้องนอนพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาลครบุรี เบื้องต้นแพทย์ ระบุผลตรวจร่างกายพบร่องรอยแดงช้ำบริเวณลำคอ เต้านม ขาขวา 10 แห่ง รอยถลอกบริเวณแก้มซ้ายยาว 4 เซนติเมตร และช่องคลอด ทวารหนัก มีร่องรอยฟกช้ำ
พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สส.1 บก.สส.ภาค 3 เปิดเผยพฤติการณ์ของคดีว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ภาค.3 ให้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายณัฐพล ผู้ต้องหา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังผู้ก่อเหตุและพวก ได้ข่มขู่ ขอมีเพศสัมพันธ์ มิเช่นนั้นจะนำคลิปภาพเคลื่อนไหวในขณะมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายแชร์ในโลกออนไลน์ พบคลิปในโทรศัพท์มือถือ มีภาพเคลื่อนไหวในขณะร่วมเพศกับหญิงสาว 5 ราย ซึ่งมีน.ส.แหม่ม เป็นหนึ่งในผู้เสียหายด้วย
หลังสอบปากคำและลงบันทึกประจำวัน ได้ให้กลับบ้านโดยไม่ได้ควบคุมตัว เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้เดินทางมามอบตัวกับ พ.ต.ต สมดี บุตรวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.ครบุรี จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างผู้เสียหายสมัครใจเอง พิเคราะห์ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
จากการสอบปากคำนายณัฐพล ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังในจังหวัดนครราชสีมา ให้การว่า เมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา ได้เคยคบหาน.ส.แหม่ม และมีเพศสัมพันธ์กันหลายครั้ง จนกระทั่งได้เลิกรากัน ต่อมา น.ส.แหม่มได้คบกับชายคนอื่น แต่นายณัฐพล ไม่ยอมเลิก แอบติดต่อผ่านทางไลน์ เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ โดยส่งคลิปที่เคยถ่ายเก็บเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือมาข่มขู่ หากไม่ยอมให้หลับนอน จะแชร์คลิปประจาน
น.ส.แหม่มจึงต้องหลับนอนกับนายณัฐพล ตามที่อ้างว่า หากให้มีเพศสัมพันธ์จะลบคลิปทิ้ง แต่ไม่เคยทำตามสัญญา เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 11 เม.ย. นายณัฐพล ได้ส่งข้อความผ่านทางไลน์ ขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย จึงจำใจไปหาตามสถานที่นัดหมาย พบนายณัฐพล กำลังนั่งกินเบียร์กับเพื่อนชาย 4 คน ที่หน้าบ้านพัก น.ส.แหม่มอ้างมีอาการมึนเมา หลังจากกินเบียร์ ได้ถูกนายณัฐพล ร่วมเพศที่ห้องนอน พร้อมถูกผู้ชายอีกหลายคนร่วมเพศทั้งอวัยวะเพศและทวารหนัก ทำให้ต้องเข้ารักษาบาดแผลที่ถูกกระทำชำเรา
ต่อมาญาติ ของน.ส.แหม่ม ทราบเหตุร้าย จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ และร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านหลายช่องทาง ผู้บังคับบัญชา จึงมีคำสั่งให้หาพยาน หลักฐาน เพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้เข็ดหลาบ ตามที่มีการกล่าวหา ระบุเป็นการโทรมหญิงและถ่ายคลิปไว้ ซึ่งเป็นพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม