วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

Vibrance Adjustable Platform Base with White Upholstery and Wired Remote, Queen Size

Fashion Bed Group 4AP145 Vibrance Adjustable Platform Base with White Upholstery and Wired Remote, Queen Size

Get Price: $756.91 on 08/03/2016 or Find & Check latest Low Price Now!


Price : $756.91 USD
List Price : $1,275.00 USD
as of price & content : 08/03/2016
Total new : 4
Total used : 0
Usually ships in 3 to 5 days
Merchant : Adjustables by Leggett & Platt

Details:

        We watch TV, read, and work from the comfort of our beds. It’s the oasis at the end of a long workday where we seek a tranquil environment that inspires relaxation and rejuvenation. The Vibrance is an adjustable base at a great price that will provide the angle support for each of these activities by elevating your feet, lifting your head, and adjusting your back. These angle adjustments alleviate body pain and moderate or eliminate snoring, allowing you to receive the highest level of personal comfort and the sleep you need. The slim and low profile design of the Vibrance and crisp, white cover will blend perfectly with any décor. And since most brands of innerspring, foam, or air mattresses are adjustable-friendly, your current mattress could be compatible and used with the Vibrance. The wired black remote allows you to effortlessly raise the head and foot with the touch of a button. Raise the feet to the same level as the heart in a zero gravity position to increase blood circulation, ease stress and reduce soreness in the body. The Vibrance is powered by a Whisper Quiet motor that has a weight-lifting capacity of up to 450-pounds. Exclusive features with this adjustable base include Free-Fall design safety and SA-certified to both UL- and CSA-applicable electric motor standards. This unit comes with (1) Mattress Retainer, (4) 7-inch bed legs, (1) remote control, 
(1) owners manual CD (1) warranty sheet, (1) warranty activation card, and (1) quick setup guide. The Fashion Bed Group’s Queen size Vibrance Adjustable Base comes with a 1, 2, and 20-Year Limited Warranty. The Fashion Bed Group, a division of globally diversified Leggett & Platt Inc., is an industry leader in the production of fashionable beds, adjustable bed bases, top of bed textiles, bedding support and barstools.

Features:

  • Slim design and low profile
  • 550 lbs. total max weight
  • Wired remote
  • Queen size adjustable base to alleviate body pain, moderate or eliminate snoring, and improve blood circulation for the highest level of comfort
  • Most brands' innerspring, foam, or air mattresses are adjustable-friendly and compatible with base
  • Wired black remote allows you to effortlessly raise the head and foot with the touch of a button
  • Adjustable base at a great price that will provide the angle support you need for a great night sleep
  • Comes with a 1, 2, and 20-Year Limited Warranty

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

DHP Dakota Faux Leather Upholstered Platform Bed

DHP Dakota Faux Leather Upholstered Platform Bed, Queen, Black

Get Price: $198.95 on 06/03/2016 or Find & Check latest Low Price Now!


Price : $198.95 USD
List Price : $310.00 USD
as of price & content : 06/03/2016
Total new : 10
Total used : 0
Usually ships in 3 to 5 days
Merchant : Dorel Industries

Details:

The Dakota is a faux black leather tufted upholstered platform queen-sized bed - trend alert! This luxurious headboard boasts diamond button tufted detailing that radiates a contemporary chic look. Upholstered in faux leather with padding for extra comfort, this bed is designed to infuse some style and comfort into your room décor. Built with sturdy wooden slats for extra support, the DHP Dakota bed does not require a box spring. Available in Twin, Full, or Queen size, this gorgeous bed can give you the style and coziness you are looking for.

Features:

  • The Dakota is a faux black leather tufted upholstered platform queen-sized bed
  • Queen sized with full headboard, wooden slats - No box spring needed!
  • Button tufted diamond detailing
  • Wood frame construction - Metal side rails for stability and durability
  • No need to drive to the big box stores, delivered to your door, easy to assemble!

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

น้ำเน่า! สามารถพลิกชีวิตนักธุรกิจจีน

น้ำเน่า! สามารถพลิกชีวิตนักธุรกิจจีน



        นักธุรกิจจีนกระโดดแม่น้ำหวังฆ่าตัวตาย แต่น้ำเน่ามากทำให้เจ้าตัวพยายามดิ้นรนสุดชีวิตจนรอดมาได้ ขึ้นชื่อว่าเป็นมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำ อากาศ เสียง ทัศนวิสัย ก็ไม่ทางใดที่จะเป็นเรื่องดี กระทั่งล่าสุด นักธุรกิจหนุ่มใหญ่รายหนึ่งจากเมืองผู่เจียง มณฑลเจ้อเจียง แย้งว่า มลพิษเนี่ยดีถึงขนาดช่วยชีวิตคนได้เลยนะ!

        เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักธุรกิจรายนี้ที่ยอมเผยแซ่ว่า หลิว ท้อแท้กับธุรกิจที่ล้มเหลวเลยคิดสั้นไปกระโดดแม่น้ำอี่วู ช่วงราว 1 ทุ่มหวังปลิดชีวิตตัวเอง

        แต่ทว่า ทันทีที่เจ้าตัวลงไปในน้ำ เขาได้เปลี่ยนใจทันทีและพยายามลอยตัวให้พ้นน้ำอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่ง่ายนัก เพราะบังเอิญว่าคืนนั้นฝนตกหนัก กระแสน้ำเชี่ยวกว่าเดิม เลยพัดเอาตัวเขาลอยจากเมืองหนึ่งมาอีกเมืองหนึ่ง จนสุดท้ายมีผู้พบเห็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเขาขึ้นมาจากน้ำ


        หลังรอดชีวิต เจ้าหน้าที่เลยสอบถามราวเรื่องจากหลิวจนมาถึงบทสรุปสุดท้ายว่า แล้วทำไมถึงเปลี่ยนใจละคุณ?นักธุระกิจผู้อยากตาย เฉลยว่า ก็น้ำมันเน่ามากๆ แบบทนให้มันเข้าปากเข้าจมูกไม่ไหวจริงๆ ตอนนี้รู้สึกดีใจมากที่รอดมาได้ พร้อมกับสัญญาว่าจะไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้ว

"จินตนการล้ำเลิศ" เมื่อนำท้องทะเล จนถึงจักรวาล มาอยู่ในแก้วกาแฟ

"จินตนการล้ำเลิศ" เมื่อนำท้องทะเล จนถึงจักรวาล มาอยู่ในแก้วกาแฟ



      เมื่อคุณได้เห็นมัน คุณจะลืมแก้วกาแฟธรรมดาๆ ถ้วยเดิมไปเลยเมื่อได้พบกับ เธอVictoria Siemer กราฟฟิกดีไซน์ ชาวนิวยอร์ก หรือที่รู้จักกันในนาม Wichoria ได้สร้างความมหัศจรรย์ผ่านทางภาพเสมือนจริงในแก้วกาแฟของเธอ ผ่านทางเว็บไซต์ของเธอ





      ล่าสุดเธอได้ปล่อยชุดภาพใหม่ออกมาชื่อว่า "Coffee Cup Manipulations"  ที่ได้สร้างสรรค์เอามหาสมุทรสุดขอบฟ้า ไปจนถึง จักรวาลอันกว้างใหญ่มาใส่ใน แก้วกาแฟ โดยได้บอกถึงข้อคิดในการทำภาพชุดนี้ออกมาว่า ชีวิตเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่วิธีที่เราจะจัดการกับมันได้ คือ หาวิธีที่จะหัวเราะกับมัน ลองไปชมภาพชุดของเธอกันนะคะ แล้วคุณจะอึ้งกับความสร้างสรรค์ของเธอ


เซียนพนันหมดตัว!!! จากบ่อนปอยเปต กลายเป็นผีเฝ้าบ่อน

เซียนพนันหมดตัว!!!  จากบ่อนปอยเปต กลายเป็นผีเฝ้าบ่อน


        กรณีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ออกมาเสนอความเห็นให้มีการเปิดบ่อนกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย พร้อมทั้งให้เหตุผลจะได้นำเงินรายได้มาบริหารประเทศ และจะไม่ให้ทำเงินรั่วไหล กระทั่งมีกลุ่มต้านออกมาเคลื่อนไหวเป็นข่าวครึกโครมอยู่ขณะนี้ ขณะเดียวกันทีมข่าวในพื้นที่จ.สระแก้ว ลงพื้นที่สอบถามความเห็นการเปิดบ่อนกาสิโน ซึ่งส่วนใหญ่ขาพนันก็เห็นด้วยกัับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายไทยระบุว่ามีนักพนันชาวไทยที่เดินทางเข้าไปเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต แล้วเล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัวต้องถึงกับจำนำพาสปอร์ตจนกลายเป็นผีข้างบ่อน ไม่กล้าเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยหลายสิบคน 

        เกี่ยวกับเรื่องนี้ทาง พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กล่าวยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวมีจริง แต่ จนท.ตม.จว.สระแก้ว ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เนื่องจากอยู่ในต่างประเทศ และคนเหล่านั้นก็ใช้พาสปอร์ตเดินทางออกไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตม.ไม่สามารถจะทำอะไรได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าที่ผ่านมา ทาง จนท.ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา เคยมาเล่าให้ฟังว่ามีคนไทยทั้งหญิงและชาย หลายสิบคนไปเช่าบ้านซึ่งเป็นห้องแถวเล็กๆคล้ายสลัม ด้านหลังบ่อนกาสิโนฯอยู่อาศัยมานานหลายเดือนแล้ว 

        จากการตรวจสอบพบว่าเป็นนักพนันชาวไทยที่เดินทางเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต แล้วเล่นเสียจนหมดเนื้อหมดตัวบางคนติดต่อญาติให้ส่งเงินมาให้แต่ก็ไม่ยอมกลับยังคงนำเงินมาเล่นพนันจนถึงกับต้องจำนำพาสปอร์ต เมื่อไม่มีพาสปอร์ต และไม่มีเงินก็เดินทางกลับประเทศไทยไม่ได้จึงต้องกลายเป็นผีเฝ้าบ่อน อาศัยคอยดูแลรับจ้างซื้อของ และเชียร์นักพนันเมื่อเขาเล่นได้ก็จะให้ทิปครั้งละ 100-200 บาท เป็นค่าอาหารอยู่ไปวันๆเท่านั้น 

        ด้านนายสุรชัย(หรือเฮียแป๊ะ) อายุ 46 ปี มีอาชีพค้าขายอยู่ที่ จ.นนทบุรี และเป็นนักพนันที่เดินทางมาเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาเป็นประจำเผยว่า เดินทางมาเล่นพนันในบ่อนปอยเปต เป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 วัน ยอมรับว่าตั้งแต่มาเล่นพนันในบ่อนปอยเปต มีทั้งได้และเสียแต่ส่วนใหญ่จะเสียมากกว่าได้ และบอกว่าเห็นด้วยหากประเทศไทยจะเปิดบ่อนกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย เพราะทุกวันนี้มีคนไทยเดินทางไปเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา ซึ่งมีอยู่ติดประเทศไทย รวมกว่า 15 บ่อน คนไทยขนเงินออกไปเล่นในบ่อนเขมรวันละกว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงน่าเสียดายมากควรจะเปิดในไทยเพื่อเงินจะได้ไม่ไปอยู่ในฝั่งเขมร อีกทั้งรัฐก็ยังเก็บภาษีมาช่วยคนจนได้อีกด้วย และเชื่อว่าคนไทยที่ชอบเล่นพนันนับพันคนต่อวันจะได้ไม่ต้องเดินทางออกไปเล่นนอกประเทศ อีกด้วยเป็นการทำให้เงินยังอยู่ในประเทศไทย



ที่มา เว็บไซค์  http://breakingnews.nationtv.tv/

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

“Google” คาดการณ์ออกจำหน่ายรถไร้คนขับปี 2017

“Google” คาดการณ์ออกจำหน่ายรถไร้คนขับปี 2017



กูเกิลจะเริ่มผลิตรถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ คาดวางจำหน่ายในปี 2017
         28 พ.ค. 2017  หลังซุ่มพัฒนามากว่า 5 ปี ในที่สุดกูเกิลก็ได้เปิดตัวรถอัจฉริยะไร้คนขับแล้วเมื่อวานนี้ โดยคาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายให้คนทั่วไปได้ซื้อมาขับกันในปี 2017

           รถยนต์ขนาด 2 ที่นั่ง ไร้ซึ่งพวงมาลัย คันเร่ง หรือเบรก มีเพียงปุ่มเริ่มต้นและหยุด และใช้ระบบซอฟต์แวร์ รวมถึงเซ็นเซอร์อัจฉริยะในการขับแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กูเกิลคิดค้นขึ้นมาเองล้วนๆ นี้ ได้เปิดตัวไปแล้วเมื่อวานนี้ โดยเซอร์เก บริน ซีอีโอของกูเกิล ระหว่างการสัมมนา Recode Code ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ

            เขากล่าวว่า รถอัจฉริยะนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อทำให้การสัญจรไปมาบนท้องถนนมีความปลอดภัยกว่ารถที่ขับโดยมนุษย์ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยตลอดการทดลองนั่งที่ผ่านมา ไม่มีอุบัติเหตุการชนเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว แต่ความเร็วที่ใช้อยู่ที่ 25 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

            โครงการนี้เกิดขึ้นในปี 2009 จนถึงปัจจุบัน ได้ทดลองวิ่งมาแล้วกว่า 7 แสนชั่วโมง ซึ่งทางกูเกิลคาดว่าจะสามารถนำออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาดได้ภายในปี 2017 - 2020 ขณะที่การสาธิตการใช้งานเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ก็เปิดเผยให้เห็นว่า ระบบซอฟต์แวร์นี้ พึ่งพาการใช้งานกูเกิล แมพส์ เป็นหลัก แต่มีความซับซ้อนกว่าแผนที่ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยมีทั้งข้อมูลความสูงของเสาสัญญาณไฟเหนือถนน ความกว้างของเลน ประเภทของเลน ขอบทางเท้า ทางม้าลาย และป้ายสัญญาณข้างถนนต่างๆ อีกด้วย 

             นอกจากนี้ กูเกิลยังเปิดเผยพัฒนาการอีกขั้นของเทคโนโลยีเมื่อเดือนที่ผ่านมาผ่านทางวิดีโอในเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งวีดีโอนี้แสดงให้เห็นการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ บนท้องถนนที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่ เช่น คนปั่นจักรยานตัดหน้ารถ ทางรถไฟตัดผ่านถนน และรถยนต์ที่จอดไว้ริมถนน เป็นต้น


              ไม่ใช่แค่กูเกิลเท่านั้นที่กำลังพัฒนารถยนต์อัตโนมัติ บริษัทรถยนต์อย่างนิสสัน จีเอ็ม ฟอร์ด และบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อย่างคอนติเนนทัล ก็กำลังซุ่มคิดค้นรถยนต์ของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน อย่างฟอร์ดก็ได้เปิดเผยรถต้นแบบไปแล้ว ขณะที่เทสลา มอเตอร์ ก็ประกาศจะพัฒนารถยนต์ที่ขับได้เองอัติโนมัติ 90 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2016


(ขอบคุณเว็บไซค์ คม-ชัด-ลึก )

เตือน!!กิน ปักเป้าน้ำจืด ระวังอันตรายถึงชีวิต

กิน ปักเป้าน้ำจืด ระวังอันตรายถึงชีวิต




            
           มีรายงานเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2558  ผศ.ภาสกร แสนจันแดง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ สาขาการประมง มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขต หนองคาย เปิดเผยว่า ปลาปักเป้านั้นมีทั้งปลาน้ำจืด และปลาทะเล ซึ่งปักเป้าน้ำจืดที่พบในหนองน้ำธรรมชาติ มีทั้งหมด 8 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ปักเป้าทอง, ปักเป้าจุดส้ม, ปักเป้าขน, ปักเป้าปากดำ, ปักเป้าเป้า, ปักเป้าท้องตาข่าย, ปักเป้าบึง และปักเป้าควาย ทุกสายพันธุ์ ล้วนมีสารพิษที่เรียกว่าซาซิโทซิน โดยจะอยู่ทั่วทุกส่วน ของตัวปลาและพิษของปลาปักเป้าไม่สามารถถูกทำลาย ด้วยความร้อนได้แม้ว่าจะปรุงให้สุกก็ตาม ซึ่งลุ่มน้ำชี และเขื่อนลำปาวจะพบปลาปักเป้าชุกชุม ส่วนในแม่น้ำโขง ก็พบปลาปักเป้าบ้างเล็กน้อย ความเชื่อของคนอีสานยังเข้าใจว่า ปลาปักเป้านั้นกินได้บางสายพันธุ์ โดยชาวบ้านที่นำปลาปักเป้ามารับประทานจนต้องนำส่งโรงพยาบาลนั้นเป็นปักเป้าเป้าและปักเป้าบึง ซึ่งความ จริงแล้วทุกสายพันธุ์ล้วนอันตรายถึงชีวิต

            ทางด้าน นพ.วิวรรธน์ ก่อวิริยกมล นายแพทย์ สสจ.หนองคาย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากนำปลาปักเป้ามาปรุงอาหาร เป็นการเสี่ยงรับพิษโดยตรงจากตัวปลา จะเกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรง มีอาการชาตามลำตัว ถ้านำส่งโรงพยาบาลไม่ทันอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ และถ้ารับประทานในปริมาณมาก อัตราการเสียชีวิตยิ่งสูงมากขึ้นไปด้วย เพราะทุกส่วนของตัวปลามีพิษที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ประสาท พิษจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของโซเดียม ทำลายวงจรเซลล์ประสาท ระบบสั่งการของสมองและอวัยวะควบคุมประสาทและสมองโดยตรง รุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจได้ ความอันตรายขึ้นอยู่กับปริมาณการรับประทานด้วย หากรับประทานปลาปักเป้า 1 ขีด อัตราการตายมีมากกว่าร้อยละ 50 ดังนั้น ถ้าไม่มั่นใจว่าปลาปักเป้าไหนมีพิษ จึงควรหลีกเลี่ยงนำมารับประทานจะดีที่สุด

เด็ก นร.นั่งพลอดรักไม่แคร์สื่อ หน้าหาดศูนย์ราชการ

เด็ก นร.นั่งพลอดรักไม่แคร์สื่อ หน้าหาดศูนย์ราชการ เล่นจ้ำจี้ในห้องน้ำเชียงราย





นักเรียนโรงเรียนดังนั่งพลอดรักไม่แคร์ใครหน้าหาดศูนย์ราชการสัตหีบ ประชาชนวอนผู้เกี่ยวข้องช่วยดูแล สารวัตรนักเรียนจับนร.จ้ำจี้ในห้องน้ำสาธารณะจังหวัดเชียงราย

          เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาขณะที่หน่วยราชการ สถานศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ กำลังเลิกงาน ทำให้ถนนเลียบชายทะเล ชายหาดดงตาล บริเวณหน้าศูนย์ราชการพื้นที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่ใช้รถสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก แต่ในวันนี้พบว่า ที่เป็นจุดสนใจดึงดูดความสนใจของผู้คน เมื่อได้เห็นต้องมองกันแทบไม่ละสายตาเป็นภาพนักเรียนหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ชั้นมัธยมตอนต้น อายุประมาณ 12 ปี อยู่ในชุดนักเรียนโรงเรียนสถาบันชื่อดังของอำเภอสัตหีบ ค่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์สีแดง กำลังนั่งพลอดรัก กอด หอม  ชนิดไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น อยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง จนเป็นภาพที่วิพากษ์วิจารณ์ ของประชาชนที่ผ่านไปในทางที่เสื่อมเสีย

          นายเอ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) เปิดเผยว่า อยากฝากไปยังสถานศึกษา และหน่วยงานราชการต่าง ๆ ให้เข้มงวดช่วยกันสอดส่องดูแล ไม่ให้สถานที่ดังกล่าว ต้องตกเป็นแหล่งพลอดรักของหนุ่มสาว ในยามเย็นหลังเลิกเรียน จนเกิดเหตุอาชญากรรมตามมา โดยเฉพาะคดีอนาจาร และข่มขืน ตลอดจน เป็นภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสีย ส่งผลต่อสถานศึกษานั้น ๆ อีกด้วย

สารวัตรนักเรียนจับนร.จ้ำจี้ในห้องน้ำสาธารณะ
              เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเสมารักษ์ (สารวัตรนักเรียน) จังหวัดเชียงรายได้รับแจ้งจากตำรวจอาสาชุมชนเกาะลอย เขตเทศบาลนครเชียงรายว่า ได้ควบคุมตัวเด็กนักเรียนชายหญิง 2 คน มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม ในห้องน้ำสาธารณะ ภายในสวนสุขภาพเกาะลอย เจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ พบกับชุดตำรวจอาสากำลังควบคุมตัว นักศึกษาหญิงในเครื่องแบบนักเรียน สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในเชียงราย และวัยรุ่นชายหนึ่งคน ทั้งคู่เป็นเยาวชนอายุเพียง 17 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน จอดอยู่หลังห้องน้ำสาธารณะ
              ตำรวจอาสาชุมชนเกาะลอย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ เห็นนักศึกษาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้ามาในสวนสาธารณะ จากนั้นเห็นว่านั่งกอดกันครู่ใหญ่ และเดินจูงมือกันเข้าไปในห้องน้ำหญิงพร้อมกันทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หายไปพักใหญ่ เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่เหมาะสมจึงตามเข้าไปเรียกออกมาตักเตือน พร้อมทั้งบันทึกภาพใว้เป็นหลักฐาน แต่ระหว่างการบันทึกภาพกลับถูกวัยรุ่นโวยวาย จนมีการโต้เถียงสักพัก ต่อมาเจ้าหน้าที่สารวัตรนักเรียนจึงได้เชิญตัวทั้งสองมาบันทึกประวัติ เพื่อรายงานให้สถาบันที่นักศึกษาอยู่ให้ทราบ พร้อมได้อบรมสั่งสอน ก่อนปล่อยตัวไป
              สำหรับการจับเด็กมาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในห้องน้ำสาธารณะนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ เคยเจอในลักษณะนี้ 2-3 ครั้ง ซึ่งได้รับการแจ้งจากแม่บ้านทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้งว่า พบถุงยางอนามัยทิ้งเรี่ยราดในห้องน้ำสาธารณะ ไม่เหมาะสม ทางผู้ดูแลสวนสาธารณะก็ได้จัดเวรยามมาคอยตรวจตรา พฤติกรรมต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่นที่มาใช้สวนสาธารณะ ตั้งแต่ สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มสุรา นั่งพรอดรักกันตามศาลา ต้องคอยตักเตือนเป็นประจำ

ข่าวจาก คม-ชัด-ลึก

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หนุ่มใต้หวั่นชนะการประกวดเฟ้นหาดาวโป๊ชาย ที่ประเทศญี่ปุ่น

หนุ่มใต้หวั่นชนะการประกวดเฟ้นหาดาวโป๊ชาย ที่ประเทศญี่ปุ่น




          เว็บไซต์ข่าวของฮ่องกง แอปเปิ้ล เดลี่รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ว่า ชายหนุ่มไต้หวันวัย 26 ปี นามสกุล หลี่ชนะการการแข่งขันเฟ้นหาดารานำชายแห่งวงการภาพยนตร์ AV ของญี่ปุ่น ที่จัดโดย ฟูตูเบะ ทีวีซึ่งรางวัลของการชนะครั้งนี้คือการได้จูบกับดาราสาวสวยที่อยู่ในการแข่งขัน พร้อมทั้งสิทธิ์ที่จะสามารถเข้าวงการเป็นดาราหน้าใหม่     

          ชายหนุ่มรายนี้เริ่มต้นจากการเป็นคนว่างงานและไม่ค่อยมีเงินติดตัว ตั้งแต่หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย นายหลี่ กำลังมองหาทิศทางของชีวิตตนเองจนไปพบกับโฆษณาการแข่งขันดังกล่าวในเว็บไซต์ จึงได้เขียนอีเมล์ติดต่อไปยังทีมงาน ซึ่งภายหลังทีมงานก็ได้ตอบรับกลับมาบอกว่าเขามีคุณสมบัติพร้อมในการเข้าแข่งขันในรอบรองสุดท้ายได้ทันที ดังนั้น นายหลี่ จึงได้ยืมเงินจากเพื่อนของเขาเพื่อซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปญี่ปุ่น และแม้ว่าเขาจะมาสายในการแข่งขันถึงสามชั่วโมง ก็ยังคงได้รับสิทธิ์เข้าแข่ง     

         ทั้งนี้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่(AV)ที่มีมูลค่าถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 672,000 ล้านบาท) ของญี่ปุ่นกำลังขาดแคลนนักแสดงนำชายอยู่นั้น  ชิมิเคนดารานำชายซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานกล่าวว่า ผู้ชายในวงกรภาพยนตร์ประเภทนี้หายากยิ่งกว่าเสือเบงกอล     เมื่อนายหลี่ มาถึงสถานที่จัดการแข่งขันเขาก็พบว่า มีผู้เข้าแข่งขันเพียง 6 คน และมีดาราสาวจากภาพยนตร์ประเภทนี้เพียง 1 คนเท่านั้น ด่านแรกนายหลี่ กล่าวว่าเขาต้องเริ่มจากการให้ทีมงานวัดขนาดของอวัยวะเพศ แม้เขาจะอายแต่ก็สามารถผ่านมันไปได้ จากนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรับประทานยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ  ได้รับการปลุกอารมณ์โดยดาราสาวเป็นเวลา 5 นาที แล้วจะต้องปล่อยอสุจิตามคำสั่งของทีมงานอย่างเคร่งครัด     

         ในที่สุดนายหลี่ ก็เป็นฝ่ายชนะ ได้รับเงินรางวัล 80 ดอลลาร์สหรัฐ (2,688 บาท) ได้จูบกับดาราสาวสวยอย่างที่ต้องการ พร้อมสิทธิ์ในการร่วมงานเล่นภาพยนตร์คู่กับเธอในอนาคต เมื่อนายหลี่ เดินทางกลับมาไต้หวันจึงได้เขียนบอกเล่าเรื่องราวที่เขาไปประสบมาทั้งหมด


ที่มาข่าวจาก เดลินิวส์

อาม่า! ชาวจีนบุญหนักจ่ายเงิน ไถ่ชีวิตหมา ในเทศกาลกินเนื้อหมา

อาม่า! ชาวจีนบุญหนักจ่ายเงิน ไถ่ชีวิตหมา ในเทศกาลกินเนื้อหมา



         สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากเมืองหยูหลิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่า หญิงชาวจีนวัย 65ปี ชื่อหยาง เสี่ยวหยุน ยอมจ่ายเงิน7,000หยวน(ราว 36,300บาท)  เพื่อซื้อชีวิตสุนัขประมาณ 100ตัว ที่ถูกขังอยู่ในกรงเตรียมนำไปฆ่าทำเป็นอาหารในเทศกาลกินเนื้อหมา เมืองหยูหลิน เขตปกครองตนเองกวางสี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 
         
         งานเทศกาลกินเนื้อหมาในเมืองหยูหลินจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงครีษมายัน ช่วงที่กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี โดยชาวบ้านจะนำสุนัขมาทำเป็นอาหารรับประทานกับลิ้นจี่ ขณะที่ น.ส.หยางเผยว่า เธอจะนำสุนัขที่ซื้อมากลับไปเลี้ยงที่บ้านของเธอในเมืองเทียนสิน ห่างจากเมืองหยูหลินเกือบ 2,000กม. หลังเธอเดินหาซื้อสุนัขภายในตลาดแห่งหนึ่งในเมือง  
        
        ด้านกลุ่มรณรงค์เคลื่อนไหวสิทธิสัตว์ออกมาประณามว่า เทศกาลดังกล่าวเป็นการทารุณสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มสิทธิสัตว์เคยเดินขบวนประท้วงภายในเมืองและตามซื้อสุนัขเพื่อช่วยชีวิตไม่ให้ถูกฆ่ามาแล้ว แม้ชาวบ้านจะบอกว่าสุนัขที่นำมารับประทานฆ่าด้วยวิธีที่ไม่โหดร้ายและมีมนุษยธรรม ทั้งนี้จากรายงานของมูลนิธิแอนนิมอล เอเชีย พบว่าสุนัขส่วนใหญ่ที่ขายตามท้องตลาดของจีนเป็นสุนัขที่ถูกขโมยมาหรือไม่ก็เป็นสุนัขเร่ร่อน          


        อย่างไรก็ตามชาวจีนประมาณ30ล้านคนที่เป็นผู้เลี้ยงสุนัขพยายามช่วยกันรณรงค์สิทธิสัตว์ต่อต้านเทศกาลกินเนื้อหมา ขณะที่เทศบาลเมืองหยูหลินแถลงว่า เทศบาลเมืองไม่มีส่วนสนับสนุนในการจัดงานดังกล่าว แม้การรับประทานเนื้อสุนัขจะไม่ผิดกฎหมายในจีน แต่รัฐบาลได้ขอให้ผู้ค้าปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยทางด้านอาหาร

ขอบคุณที่มาข่าวจาก เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คนไทยกล้าพอไหม เกาหลีใต้ ออก แคมแปนค์แก้วิกฤต “เมอร์ส” ชวนนกท่องเที่ยวเข้าประเทศ พร้อมเสนอเงินฟรี 9.6หมื่นบาท หากติดเชื้อไวรัส!!

คนไทยกล้าพอไหม  เกาหลีใต้ ออก แคมแปนค์แก้วิกฤต เมอร์ส”  ชวนนกท่องเที่ยวเข้าประเทศ  พร้อมเสนอเงินฟรี 9.6หมื่นบาท หากติดเชื้อไวรัส!!



      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ได้พยายามต่อสู้กับปัญหาโรคเมอร์สที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนักโดยเสนอเงินให้นักท่องเที่ยวฟรีจำนวน 3 พันดอลลาร์ หรือราว 96,000 บาท หากเข้าประเทศแล้วปรากฎว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 

      รายงานระบุว่า มาตรการนี้มีขึ้นในห้วงที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญวิกฤตเชื้อไวรัสเมอร์สระบาดหนัก  และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 24 ราย และมีการกักบริเวณผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อหลายพันคน รวมทั้งมีการปิดโรงเรียนเกือบ 3 พันแห่ง และวิกฤตนี้ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวยกเลิกแผนการเที่ยวประเทศนี้กว่า 1 แสนราย ซี่งถือเป็นข่าวร้ายมากสำหรับเกาหลีใต้ซึ่งแต่ละเดือนจะมียอดนักเที่ยวเข้าประเทศเฉลี่ย 1 ล้านคน

'Ecocapsule' ที่พักที่ไม่ต้องพึ่งโลกภายนอก

'Ecocapsule' ที่พักที่ไม่ต้องพึ่งโลกภายนอก




ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณสามารถมีที่พักขนาดเล็กที่เดินทางไปไหนมาไหนกับคุณได้ แถมยังผลิตไฟฟ้าออกมาใช้ได้เอง เพื่อชาร์จโทรศัพท์มือถือ เปิดโทรทัศน์ รับฟังข่าวสารได้ในทุกที่ที่ต้องการ แม้กระทั่งในป่าห่างไกล จะดีเพียงใด 

      แนวคิดของที่พักในลักษณะนี้เกิดขึ้นจริงในโลกนี้แล้ว โดยฝีมือของบริษัทไนซ์ อาร์คิเทค ในประเทศสโลวาเกีย ที่ออกแบบที่พักรูปทรงแคปซูล ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และมีออปชั่นเป็นกังหันลมผลิตไฟฟ้าให้เลือกใช้ด้วย


      การออกแบบแคปซูลที่พักแบบนี้ บริษัทบอกว่ายึดเอาความสะดวกสบายในการใช้งานในพื้นที่ห่างไกลเป็นหลักในการสร้างขึ้นมา ทุกแคปซูลจะมีระบบผลิตไฟฟ้า ระบบกรองน้ำ ทุกอย่างมีขนาดกะทัดรัดพอที่จะใส่เข้าไปในแคปซูลขนาดนอนได้ 1 คน ที่มีทั้งห้องน้ำเป็นสัดส่วน ห้องครัวเล็กๆ และพื้นที่ทำงานพร้อมเก้าอี้นั่งสองตัว ทั้งหมดนี้ถูกบรรจุอยู่ในแคปซูลขนาดพื้นที่ใช้สอย 120 ตารางฟุต


       แถมยังเคลื่อนย้ายได้สะดวกเพราะทุกอย่างอยู่ในแคปซูลเดียวกัน นำขึ้นรถพ่วงแล้วใช้รถกระบะลากไปที่แคมปิ้งสวยๆ ที่ห่างไกลก็ไม่ต้องง้อสาธารณูปโภคภายนอก ทั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปาอีกเลย

       ผู้ออกแบบระบุว่าแคปซูลแบบนี้เหมาะกับการใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่ใช้เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยอิสระ หรือที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว แม้แต่จะประยุกต์เป็นบ้านพักฉุกเฉินสำหรับพื้นที่ประสบภัย แม้แต่ใช้สำหรับเป็นที่พักของหน่วยกู้ภัยที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือก็ย่อมได้



       ในส่วนของการผลิตไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ กับกังหันผลิตไฟฟ้า สามารถให้พลังไฟฟ้าได้มากถึง 9,744 วัตต์ต่อชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่สำหรับสำรองไฟ ขณะที่ระบบจัดการน้ำ ยังมีเครื่องมือสำหรับดักน้ำค้างและน้ำฝน มาผ่านกระบวนการกรองและรีไซเคิล และด้วยระบบพื้นฐานทั้งสองนี้ สามารถรองรับการใช้งานได้นานอย่างน้อย 1 ปี เมื่อนำเอาแคปซูลที่พักรุ่นนี้ไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์หรือระบบสนับสนุนใดๆ ทั้งสิ้น

        น่าเสียดายที่บริษัทผู้ผลิตยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายของแคปซูลบ้านรักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นนี้ออกมา แต่มีแผนการรับจองจากลูกค้าแล้วในช่วงปลายปี 2558 นี้ ก่อนที่จะส่งแคปซูลบ้านตัวเป็นๆ ให้แก่ลูกค้าชุดแรกได้ตั้งแต่กลางปี 2559


        แต่จากประมาณการของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่าราคาแคปซูลบ้านขนาด 120 ตารางฟุต ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบดังที่กล่าวพร้อมค่าจัดส่งไปยังลูกค้าที่ออสเตรเลียจะอยู่ที่ 1,632 ดอลลาร์ต่อหน่วย และสำหรับลูกค้าในนิวยอร์กราคาจะปรับขึ้นเป็น 2,394 ดอลลาร์ต่อหน่วย เนื่องจากค่าขนส่งและปัจจัยอื่นๆ

ขอบคุณที่มาจาก คม-ชัด-ลึก

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

‘โดรน’ ภัยร้ายในชีวิตประจำวันแบบใหม่

‘โดรน’ ภัยร้ายในชีวิตประจำวันแบบใหม่


         ทุกวันนี้ "โดรน" ยานบินไร้คนขับนั้นไม่ได้เป็นเพียงของเล่นคนรวยเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป โดรน มีราคาถูกและมีจำหน่ายในฐานะของเล่น หรือเครื่องมือประกอบการในสัมมาอาชีพ เช่นกลุ่มนักถ่ายภาพที่ต้องการภาพในมุมแปลกๆ แตกต่างจากผู้อื่น เราจึงเห็นโดรนบินว่อนกันในอากาศกันมากมาย 
         จนเมื่อไม่นานมานี้กรมการบินพลเรือนในบ้านเราได้ออกกฎหมายควบคุมการบินโดรน โดยต้องขออนุญาตการบินโดรน รวมทั้งแจ้งปริมาณเชื้อเพลิงที่บรรจุภายในโดรน ต้องใช้บินได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ป้องกันไม่ให้รบกวนจราจรทางอากาศ และไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปนำโดรนที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพขึ้นบิน เพราะอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่จะอนุญาตเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีความจำเป็นในการถ่ายภาพ เช่น กลุ่มสื่อสารมวลชนและธุรกิจการถ่ายภาพ ทั้งยังกำหนดระดับความสูง โดยห้ามโดรนบินสูงเกินกว่า 500 ฟุต และต่ำเกินกว่า 50 ฟุตจากระดับพื้นดิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบินพาณิชย์ และประชาชนทั่วไป 
         ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ทำไมกรมการบินพลเรือนถึงต้องอาศัยกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางอากาศ พ.ศ. 2497 มาบังคับใช้เพื่อควบคุมการใช้โดรนให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการเป็นอันตรายต่อการบิน รวมทั้งป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 
         เพราะในต่างประเทศ มีรายงานว่าโดรนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีและไม่มีชีวิตชนิดอื่นอย่างมาก มีเหตุการณ์ที่โดรนพุ่งชนกระจกหน้ารถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่ การใช้โดรนนำทรายที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และมีมือดีนำโดรนไปบินใกล้ๆ กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของฝรั่งเศสและปรากฏตัวอย่างลึกลับ
         ล่าสุด ก็มีภาพข่าวปรากฏว่านักร้องชื่อดังอย่าง เอนริเก อิเกลเซียส ได้รับบาดเจ็บที่มือจนต้องเข้ารับการผ่าตัดหลังจากพยายามเอื้อมมือขึ้นไปจับโดรนที่บินมาใกล้ๆ เวทีคอนเสิร์ท ทำให้ใบพัดของโดรนที่ทั้งหมุนอย่างรวดเร็วและมีความบาง คม เฉือนมือเข้าให้
         โฆษกเอดีเอซี สมาคมยานยนต์แห่งเยอรมนี ที่มีบทบาทอย่างมากมายในอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองเบียร์ กล่าวถึงโดรนว่า "เป็นพาหนะที่อันตรายอย่างมีคุณภาพ" โดยอ้างถึงกรณีที่โดรนบินพุ่งชนกระจกหน้ารถยนต์ที่กำลังแล่นอยู่บนทางหลวงสายหนึ่งในเยอรมนี ซึ่งไม่ใช่ที่ที่โดรนควรจะอยู่

         นอกจากรถยนต์แล้ว เฮลิคอปเตอร์ ที่มีความสามารถในการบินแนวดิ่งและแนวระดับ ในทุกระดับความสูง (แต่ไม่เทียบได้กับเครื่องบินในระดับความสูงมากๆ) ก็อาจเป็นอันตรายจากโดรนที่อาจจะพุ่งเข้าชนได้ทุกเมื่อ หากโดรนที่มีประสิทธิภาพในการบนที่ความสูงระยะจำกัด เกิดเข้าไปอยู่ในเส้นทางบินของเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินในระดับต่ำ
         ด้วยเหตุนี้เอง ดอยช์ ฟลัคซีเชอรุง (ดีเอฟเอส) หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านการจัดการจราจรทางอากาศเหนือน่านฟ้าเยอรมนี ได้ออกคำเตือนและคำสั่งห้ามบินโดรนใกล้กับสนามบินเกินไป มิเช่นนั้นผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ซึ่งเป็นกฎห้ามและควบคุมการบินโดรนในลักษณะเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ห้ามการบินโดรนในพื้นที่ชุมนุมชน ในเขตหวงห้ามของทหาร โรงไฟฟ้า และโรงพยาบาล ยิ่งสนามบินยิ่งเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้โดรนเข้าไปเฉียดใกล้ 
         ซึ่งจะว่าไปแล้วโดรนก็มีลักษณะเหมือนกับนกตามธรรมชาติ ที่หากถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ของเครื่องบิน ระหว่างที่นักบินกำลังเร่งกำลังเครื่องยนต์สูงสุดเพื่อนำเครื่องบินน้้ำหนัก กว่า 100 ตันอย่างโบอิ้ง 747 ขึ้นสู่อากาศ หายนะก็อาจจะเกิดขึ้นมาได้ เพราะในสนามบิน นกที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติยังเป็นที่รังเกียจเลย นับประสาอะไรกับโดรน
         ต่อไปในอนาคตอาจจะมีการบังคับให้เจ้าของโดรนทำประกันภัยบุคคลที่สาม เพื่อจะได้มีผู้รับผิดชอบในกรณีที่เกิดเหตุที่เป็นอันตรายจากโดรน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทประกันภัยในเยอรมนีอยู่ในเวลานี้  โดรนนั้นบินได้ แต่ต้องบินอย่างมีจิตสำนึก แล้วจะสนุกและปลอดภัยครับ


ที่มาข่าวจาก คม-ชัด-ลึก

หื่น! เด็กวัด จับก้นสาวที่มาทำบุญ กลางวัดดังสมุทรปราการ

หื่น! เด็กวัด จับก้นสาวที่มาทำบุญ กลางวัดดังสมุทรปราการ




สาวโรงงานบางปู บุกขึ้นโรงพัก แจ้งความเอาผิดเด็กวัดดัง ย่านสมุทรปราการ ที่อ้างเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จับก้นสาวขณะมาทำบุญ โชคดีผู้ใหญ่บ้านเข้าคุมตัวไว้ได้ทัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 มิ.ย. 58 น.ส.หวาน (นามสมมติ) อายุ 23 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศุภรักษ์ โพธิ์ศรี พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าได้ถูกชายคนหนึ่งลวนลาม ขณะที่ไปทำบุญที่วัดดังแห่งหนึ่ง กลางเมืองสมุทรปราการ โดยมี นายสมมาท วงษ์บุญรอด ผู้ใหญ่บ้านได้คุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ ทราบชื่อ นายสุริยะ ธรรมชาติ อายุ 24 ปี เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
น.ส.หวานให้การว่า ตนและเพื่อนทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ชักชวนกันไปทำบุญที่วัดดังกล่าว ต่อมาระหว่างเดินเล่นอยู่ภายในวัด นายสุริยะได้เดินเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เมื่อตนทั้งสองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป นายสุริยะก็จะเข้ามาติดอยู่ในกล้องทุกครั้ง และยังจ้องมองมาที่ตนทั้งสองอยู่ตลอด เมื่อตนรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงได้ชักชวนกันกลับบ้าน
ระหว่างนั้น นายสุริยะได้วิ่งเข้ามาหา พร้อมกับถามตนในทำนองว่าขายตัวเท่าไร ตนจึงตอบว่า มาทำบุญไม่ได้ขายตัว ขณะที่ตนกำลังจะเดินหนี นายสุริยะได้ใช้มือมาจับที่ก้นของตน ตนจึงได้ร้องให้คนช่วย ก่อนที่นายสุริยะจะเข้าไปหลบในห้องน้ำ กระทั่งผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุพบเห็น จึงได้พาคนมาช่วยจับนายสุริยะเอาไว้ได้

ด้าน นายสุริยะ สารภาพว่า ตนจับก้นฝ่ายหญิงจริง เพราะช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ดื่มสุรา จึงทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ระหว่างนั้นพบเห็นหญิงสาวทั้งสองคนเดินอยู่ภายในวัด เกิดความชอบ จึงได้เข้าไปเพื่อหวังจะลวนลาม แต่ฝ่ายหญิงร้องให้คนช่วย ตนจึงกลัว ก่อนที่จะเข้าไปหลบในห้องน้ำกระทั่งถูกจับกุม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาอนาจารในที่สาธารณะ แล้วส่งตัวดำเนินคดีต่อไป


ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์

รปภ.ลวงสาวกัมพูชาหวังข่มขืนไม่ยอมดิ่งตึกดับ

รปภ.ลวงสาวกัมพูชาหวังข่มขืนไม่ยอมดิ่งตึกดับ


ที่สน.ร่มเกล้า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 มิถุนายน พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร ผกก.สน.ร่มเกล้า พ.ต.ท.อุกฤช ศรีนิติวรวงศ์ สว.สส. และ ร.ต.อ.จารุวัจน์ ศรีราเพ็ญ รอง สว.สส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า จับกุมตัว นายชรินทร์ จงทอง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 5 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหา หลังก่อเหตุกักขังหน่วงเหนี่ยวและพยายามข่มขืนสาวชาวกัมพูชา โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้างย่านสะพานใหม่ ซอยพหลโยธิน 50 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.
              การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เวลาประมาณ 13.00 น.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ร่มเกล้า รับแจ้งเหตุหญิงสาวตกจากห้องพักเลขที่ 119/115 ชั้น 3 ของอาคาร 5 แฟลตปากบึง ร่มเกล้า แขวงคลองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.นวมินทร์ 1 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเกิดเหตุทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.เปา อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นลูกจ้างร้านอาหาร ย่านรามคำแหง โดยจากแนวทางการสืบสวนทราบอีกว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่กับผู้ตาย คือนายชรินทร์ ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องที่เกิดเหตุ มีอาชีพเป็น รปภ.และได้หลบหนีไปในวันที่เกิดเหตุ จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า จึงออกสืบสวนหาข่าว จนทราบว่านายชรินทร์ ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อน ที่ย่านสะพานใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ กระทั่งพบตัวนายชรินทร์ที่ ห้างบิ๊กซี สะพานใหม่ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ร่มเกล้า
              สอบสวนนายชรินทร์ ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้หลอกลวงผู้ตายที่มีหน้าตาดี ว่าตนสามารถช่วยทำบัตรทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ จากนั้นได้ชักชวนผู้ตายมาที่ห้องของตน โดยพาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มา เมื่อมาถึงห้องได้ล๊อคประตูในห้อง แล้วได้นั่งดื่มเหล้าในห้อง ซักพักได้ขอ ผู้ตายร่วมเพศแต่ผู้ตายไม่ยินยอม จึงได้ปลุกปล้ำ แต่ผู้ตายวิ่งหลบหนีจะออกประตู ตนจึงขวางประตูไว้ พร้อมกับยึดโทรศัพย์ของผู้ตายไว้ แต่ผู้ตายสะบัดหลุดวิ่งไปที่ด้านหลังห้อง แล้วตัดสินใจปีนออกระเบียงหลังห้องแล้วตกลงมานอนหมดสติ มีเลือดไหลจำนวนมาก ด้วยความตกใจจึงรีบขับรถจักรยานตร์หลบหนีมาพักกับเพื่อน ก่อนมาถูกจับกุมดังกล่าว ทั้งนี้ตนทำลักษณะนี้เป็นเพียงครั้งแรกเท่านั้น
              อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปีกใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากมีแนวทางการสืบสวนยังทราบอีกว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ชอบหลอกลวงหญิงสาวต่างด้าว ย่านหน้ารามคำแหง ว่าสามารถทำบัตรที่ทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายได้ รวมทั้งหางานให้ แม้กระทั่งหาคู่สมรสที่เป็นชาวไทย ที่ร่ำรวยได้อีกด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหา "หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ใช้กำลังประทุษร้าย" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณที่มาข่าวจาก  คม-ชัด-ลึก