วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หนุ่มใต้หวั่นชนะการประกวดเฟ้นหาดาวโป๊ชาย ที่ประเทศญี่ปุ่น

หนุ่มใต้หวั่นชนะการประกวดเฟ้นหาดาวโป๊ชาย ที่ประเทศญี่ปุ่น




          เว็บไซต์ข่าวของฮ่องกง แอปเปิ้ล เดลี่รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ว่า ชายหนุ่มไต้หวันวัย 26 ปี นามสกุล หลี่ชนะการการแข่งขันเฟ้นหาดารานำชายแห่งวงการภาพยนตร์ AV ของญี่ปุ่น ที่จัดโดย ฟูตูเบะ ทีวีซึ่งรางวัลของการชนะครั้งนี้คือการได้จูบกับดาราสาวสวยที่อยู่ในการแข่งขัน พร้อมทั้งสิทธิ์ที่จะสามารถเข้าวงการเป็นดาราหน้าใหม่     

          ชายหนุ่มรายนี้เริ่มต้นจากการเป็นคนว่างงานและไม่ค่อยมีเงินติดตัว ตั้งแต่หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย นายหลี่ กำลังมองหาทิศทางของชีวิตตนเองจนไปพบกับโฆษณาการแข่งขันดังกล่าวในเว็บไซต์ จึงได้เขียนอีเมล์ติดต่อไปยังทีมงาน ซึ่งภายหลังทีมงานก็ได้ตอบรับกลับมาบอกว่าเขามีคุณสมบัติพร้อมในการเข้าแข่งขันในรอบรองสุดท้ายได้ทันที ดังนั้น นายหลี่ จึงได้ยืมเงินจากเพื่อนของเขาเพื่อซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปญี่ปุ่น และแม้ว่าเขาจะมาสายในการแข่งขันถึงสามชั่วโมง ก็ยังคงได้รับสิทธิ์เข้าแข่ง     

         ทั้งนี้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่(AV)ที่มีมูลค่าถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 672,000 ล้านบาท) ของญี่ปุ่นกำลังขาดแคลนนักแสดงนำชายอยู่นั้น  ชิมิเคนดารานำชายซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานานกล่าวว่า ผู้ชายในวงกรภาพยนตร์ประเภทนี้หายากยิ่งกว่าเสือเบงกอล     เมื่อนายหลี่ มาถึงสถานที่จัดการแข่งขันเขาก็พบว่า มีผู้เข้าแข่งขันเพียง 6 คน และมีดาราสาวจากภาพยนตร์ประเภทนี้เพียง 1 คนเท่านั้น ด่านแรกนายหลี่ กล่าวว่าเขาต้องเริ่มจากการให้ทีมงานวัดขนาดของอวัยวะเพศ แม้เขาจะอายแต่ก็สามารถผ่านมันไปได้ จากนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรับประทานยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ  ได้รับการปลุกอารมณ์โดยดาราสาวเป็นเวลา 5 นาที แล้วจะต้องปล่อยอสุจิตามคำสั่งของทีมงานอย่างเคร่งครัด     

         ในที่สุดนายหลี่ ก็เป็นฝ่ายชนะ ได้รับเงินรางวัล 80 ดอลลาร์สหรัฐ (2,688 บาท) ได้จูบกับดาราสาวสวยอย่างที่ต้องการ พร้อมสิทธิ์ในการร่วมงานเล่นภาพยนตร์คู่กับเธอในอนาคต เมื่อนายหลี่ เดินทางกลับมาไต้หวันจึงได้เขียนบอกเล่าเรื่องราวที่เขาไปประสบมาทั้งหมด


ที่มาข่าวจาก เดลินิวส์

อาม่า! ชาวจีนบุญหนักจ่ายเงิน ไถ่ชีวิตหมา ในเทศกาลกินเนื้อหมา

อาม่า! ชาวจีนบุญหนักจ่ายเงิน ไถ่ชีวิตหมา ในเทศกาลกินเนื้อหมา



         สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากเมืองหยูหลิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่า หญิงชาวจีนวัย 65ปี ชื่อหยาง เสี่ยวหยุน ยอมจ่ายเงิน7,000หยวน(ราว 36,300บาท)  เพื่อซื้อชีวิตสุนัขประมาณ 100ตัว ที่ถูกขังอยู่ในกรงเตรียมนำไปฆ่าทำเป็นอาหารในเทศกาลกินเนื้อหมา เมืองหยูหลิน เขตปกครองตนเองกวางสี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 
         
         งานเทศกาลกินเนื้อหมาในเมืองหยูหลินจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงครีษมายัน ช่วงที่กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี โดยชาวบ้านจะนำสุนัขมาทำเป็นอาหารรับประทานกับลิ้นจี่ ขณะที่ น.ส.หยางเผยว่า เธอจะนำสุนัขที่ซื้อมากลับไปเลี้ยงที่บ้านของเธอในเมืองเทียนสิน ห่างจากเมืองหยูหลินเกือบ 2,000กม. หลังเธอเดินหาซื้อสุนัขภายในตลาดแห่งหนึ่งในเมือง  
        
        ด้านกลุ่มรณรงค์เคลื่อนไหวสิทธิสัตว์ออกมาประณามว่า เทศกาลดังกล่าวเป็นการทารุณสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มสิทธิสัตว์เคยเดินขบวนประท้วงภายในเมืองและตามซื้อสุนัขเพื่อช่วยชีวิตไม่ให้ถูกฆ่ามาแล้ว แม้ชาวบ้านจะบอกว่าสุนัขที่นำมารับประทานฆ่าด้วยวิธีที่ไม่โหดร้ายและมีมนุษยธรรม ทั้งนี้จากรายงานของมูลนิธิแอนนิมอล เอเชีย พบว่าสุนัขส่วนใหญ่ที่ขายตามท้องตลาดของจีนเป็นสุนัขที่ถูกขโมยมาหรือไม่ก็เป็นสุนัขเร่ร่อน          


        อย่างไรก็ตามชาวจีนประมาณ30ล้านคนที่เป็นผู้เลี้ยงสุนัขพยายามช่วยกันรณรงค์สิทธิสัตว์ต่อต้านเทศกาลกินเนื้อหมา ขณะที่เทศบาลเมืองหยูหลินแถลงว่า เทศบาลเมืองไม่มีส่วนสนับสนุนในการจัดงานดังกล่าว แม้การรับประทานเนื้อสุนัขจะไม่ผิดกฎหมายในจีน แต่รัฐบาลได้ขอให้ผู้ค้าปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยทางด้านอาหาร

ขอบคุณที่มาข่าวจาก เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คนไทยกล้าพอไหม เกาหลีใต้ ออก แคมแปนค์แก้วิกฤต “เมอร์ส” ชวนนกท่องเที่ยวเข้าประเทศ พร้อมเสนอเงินฟรี 9.6หมื่นบาท หากติดเชื้อไวรัส!!

คนไทยกล้าพอไหม  เกาหลีใต้ ออก แคมแปนค์แก้วิกฤต เมอร์ส”  ชวนนกท่องเที่ยวเข้าประเทศ  พร้อมเสนอเงินฟรี 9.6หมื่นบาท หากติดเชื้อไวรัส!!



      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ได้พยายามต่อสู้กับปัญหาโรคเมอร์สที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนักโดยเสนอเงินให้นักท่องเที่ยวฟรีจำนวน 3 พันดอลลาร์ หรือราว 96,000 บาท หากเข้าประเทศแล้วปรากฎว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 

      รายงานระบุว่า มาตรการนี้มีขึ้นในห้วงที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญวิกฤตเชื้อไวรัสเมอร์สระบาดหนัก  และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 24 ราย และมีการกักบริเวณผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อหลายพันคน รวมทั้งมีการปิดโรงเรียนเกือบ 3 พันแห่ง และวิกฤตนี้ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวยกเลิกแผนการเที่ยวประเทศนี้กว่า 1 แสนราย ซี่งถือเป็นข่าวร้ายมากสำหรับเกาหลีใต้ซึ่งแต่ละเดือนจะมียอดนักเที่ยวเข้าประเทศเฉลี่ย 1 ล้านคน

'Ecocapsule' ที่พักที่ไม่ต้องพึ่งโลกภายนอก

'Ecocapsule' ที่พักที่ไม่ต้องพึ่งโลกภายนอก




ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณสามารถมีที่พักขนาดเล็กที่เดินทางไปไหนมาไหนกับคุณได้ แถมยังผลิตไฟฟ้าออกมาใช้ได้เอง เพื่อชาร์จโทรศัพท์มือถือ เปิดโทรทัศน์ รับฟังข่าวสารได้ในทุกที่ที่ต้องการ แม้กระทั่งในป่าห่างไกล จะดีเพียงใด 

      แนวคิดของที่พักในลักษณะนี้เกิดขึ้นจริงในโลกนี้แล้ว โดยฝีมือของบริษัทไนซ์ อาร์คิเทค ในประเทศสโลวาเกีย ที่ออกแบบที่พักรูปทรงแคปซูล ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และมีออปชั่นเป็นกังหันลมผลิตไฟฟ้าให้เลือกใช้ด้วย


      การออกแบบแคปซูลที่พักแบบนี้ บริษัทบอกว่ายึดเอาความสะดวกสบายในการใช้งานในพื้นที่ห่างไกลเป็นหลักในการสร้างขึ้นมา ทุกแคปซูลจะมีระบบผลิตไฟฟ้า ระบบกรองน้ำ ทุกอย่างมีขนาดกะทัดรัดพอที่จะใส่เข้าไปในแคปซูลขนาดนอนได้ 1 คน ที่มีทั้งห้องน้ำเป็นสัดส่วน ห้องครัวเล็กๆ และพื้นที่ทำงานพร้อมเก้าอี้นั่งสองตัว ทั้งหมดนี้ถูกบรรจุอยู่ในแคปซูลขนาดพื้นที่ใช้สอย 120 ตารางฟุต


       แถมยังเคลื่อนย้ายได้สะดวกเพราะทุกอย่างอยู่ในแคปซูลเดียวกัน นำขึ้นรถพ่วงแล้วใช้รถกระบะลากไปที่แคมปิ้งสวยๆ ที่ห่างไกลก็ไม่ต้องง้อสาธารณูปโภคภายนอก ทั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปาอีกเลย

       ผู้ออกแบบระบุว่าแคปซูลแบบนี้เหมาะกับการใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่ใช้เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยอิสระ หรือที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว แม้แต่จะประยุกต์เป็นบ้านพักฉุกเฉินสำหรับพื้นที่ประสบภัย แม้แต่ใช้สำหรับเป็นที่พักของหน่วยกู้ภัยที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือก็ย่อมได้



       ในส่วนของการผลิตไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ กับกังหันผลิตไฟฟ้า สามารถให้พลังไฟฟ้าได้มากถึง 9,744 วัตต์ต่อชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่สำหรับสำรองไฟ ขณะที่ระบบจัดการน้ำ ยังมีเครื่องมือสำหรับดักน้ำค้างและน้ำฝน มาผ่านกระบวนการกรองและรีไซเคิล และด้วยระบบพื้นฐานทั้งสองนี้ สามารถรองรับการใช้งานได้นานอย่างน้อย 1 ปี เมื่อนำเอาแคปซูลที่พักรุ่นนี้ไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์หรือระบบสนับสนุนใดๆ ทั้งสิ้น

        น่าเสียดายที่บริษัทผู้ผลิตยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายของแคปซูลบ้านรักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นนี้ออกมา แต่มีแผนการรับจองจากลูกค้าแล้วในช่วงปลายปี 2558 นี้ ก่อนที่จะส่งแคปซูลบ้านตัวเป็นๆ ให้แก่ลูกค้าชุดแรกได้ตั้งแต่กลางปี 2559


        แต่จากประมาณการของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่าราคาแคปซูลบ้านขนาด 120 ตารางฟุต ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบดังที่กล่าวพร้อมค่าจัดส่งไปยังลูกค้าที่ออสเตรเลียจะอยู่ที่ 1,632 ดอลลาร์ต่อหน่วย และสำหรับลูกค้าในนิวยอร์กราคาจะปรับขึ้นเป็น 2,394 ดอลลาร์ต่อหน่วย เนื่องจากค่าขนส่งและปัจจัยอื่นๆ

ขอบคุณที่มาจาก คม-ชัด-ลึก

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

‘โดรน’ ภัยร้ายในชีวิตประจำวันแบบใหม่

‘โดรน’ ภัยร้ายในชีวิตประจำวันแบบใหม่


         ทุกวันนี้ "โดรน" ยานบินไร้คนขับนั้นไม่ได้เป็นเพียงของเล่นคนรวยเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป โดรน มีราคาถูกและมีจำหน่ายในฐานะของเล่น หรือเครื่องมือประกอบการในสัมมาอาชีพ เช่นกลุ่มนักถ่ายภาพที่ต้องการภาพในมุมแปลกๆ แตกต่างจากผู้อื่น เราจึงเห็นโดรนบินว่อนกันในอากาศกันมากมาย 
         จนเมื่อไม่นานมานี้กรมการบินพลเรือนในบ้านเราได้ออกกฎหมายควบคุมการบินโดรน โดยต้องขออนุญาตการบินโดรน รวมทั้งแจ้งปริมาณเชื้อเพลิงที่บรรจุภายในโดรน ต้องใช้บินได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ป้องกันไม่ให้รบกวนจราจรทางอากาศ และไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปนำโดรนที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพขึ้นบิน เพราะอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่จะอนุญาตเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีความจำเป็นในการถ่ายภาพ เช่น กลุ่มสื่อสารมวลชนและธุรกิจการถ่ายภาพ ทั้งยังกำหนดระดับความสูง โดยห้ามโดรนบินสูงเกินกว่า 500 ฟุต และต่ำเกินกว่า 50 ฟุตจากระดับพื้นดิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบินพาณิชย์ และประชาชนทั่วไป 
         ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ทำไมกรมการบินพลเรือนถึงต้องอาศัยกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางอากาศ พ.ศ. 2497 มาบังคับใช้เพื่อควบคุมการใช้โดรนให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการเป็นอันตรายต่อการบิน รวมทั้งป้องกันการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 
         เพราะในต่างประเทศ มีรายงานว่าโดรนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีและไม่มีชีวิตชนิดอื่นอย่างมาก มีเหตุการณ์ที่โดรนพุ่งชนกระจกหน้ารถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่ การใช้โดรนนำทรายที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีไปยังทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และมีมือดีนำโดรนไปบินใกล้ๆ กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของฝรั่งเศสและปรากฏตัวอย่างลึกลับ
         ล่าสุด ก็มีภาพข่าวปรากฏว่านักร้องชื่อดังอย่าง เอนริเก อิเกลเซียส ได้รับบาดเจ็บที่มือจนต้องเข้ารับการผ่าตัดหลังจากพยายามเอื้อมมือขึ้นไปจับโดรนที่บินมาใกล้ๆ เวทีคอนเสิร์ท ทำให้ใบพัดของโดรนที่ทั้งหมุนอย่างรวดเร็วและมีความบาง คม เฉือนมือเข้าให้
         โฆษกเอดีเอซี สมาคมยานยนต์แห่งเยอรมนี ที่มีบทบาทอย่างมากมายในอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองเบียร์ กล่าวถึงโดรนว่า "เป็นพาหนะที่อันตรายอย่างมีคุณภาพ" โดยอ้างถึงกรณีที่โดรนบินพุ่งชนกระจกหน้ารถยนต์ที่กำลังแล่นอยู่บนทางหลวงสายหนึ่งในเยอรมนี ซึ่งไม่ใช่ที่ที่โดรนควรจะอยู่

         นอกจากรถยนต์แล้ว เฮลิคอปเตอร์ ที่มีความสามารถในการบินแนวดิ่งและแนวระดับ ในทุกระดับความสูง (แต่ไม่เทียบได้กับเครื่องบินในระดับความสูงมากๆ) ก็อาจเป็นอันตรายจากโดรนที่อาจจะพุ่งเข้าชนได้ทุกเมื่อ หากโดรนที่มีประสิทธิภาพในการบนที่ความสูงระยะจำกัด เกิดเข้าไปอยู่ในเส้นทางบินของเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินในระดับต่ำ
         ด้วยเหตุนี้เอง ดอยช์ ฟลัคซีเชอรุง (ดีเอฟเอส) หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านการจัดการจราจรทางอากาศเหนือน่านฟ้าเยอรมนี ได้ออกคำเตือนและคำสั่งห้ามบินโดรนใกล้กับสนามบินเกินไป มิเช่นนั้นผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ซึ่งเป็นกฎห้ามและควบคุมการบินโดรนในลักษณะเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ห้ามการบินโดรนในพื้นที่ชุมนุมชน ในเขตหวงห้ามของทหาร โรงไฟฟ้า และโรงพยาบาล ยิ่งสนามบินยิ่งเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้โดรนเข้าไปเฉียดใกล้ 
         ซึ่งจะว่าไปแล้วโดรนก็มีลักษณะเหมือนกับนกตามธรรมชาติ ที่หากถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ของเครื่องบิน ระหว่างที่นักบินกำลังเร่งกำลังเครื่องยนต์สูงสุดเพื่อนำเครื่องบินน้้ำหนัก กว่า 100 ตันอย่างโบอิ้ง 747 ขึ้นสู่อากาศ หายนะก็อาจจะเกิดขึ้นมาได้ เพราะในสนามบิน นกที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติยังเป็นที่รังเกียจเลย นับประสาอะไรกับโดรน
         ต่อไปในอนาคตอาจจะมีการบังคับให้เจ้าของโดรนทำประกันภัยบุคคลที่สาม เพื่อจะได้มีผู้รับผิดชอบในกรณีที่เกิดเหตุที่เป็นอันตรายจากโดรน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทประกันภัยในเยอรมนีอยู่ในเวลานี้  โดรนนั้นบินได้ แต่ต้องบินอย่างมีจิตสำนึก แล้วจะสนุกและปลอดภัยครับ


ที่มาข่าวจาก คม-ชัด-ลึก

หื่น! เด็กวัด จับก้นสาวที่มาทำบุญ กลางวัดดังสมุทรปราการ

หื่น! เด็กวัด จับก้นสาวที่มาทำบุญ กลางวัดดังสมุทรปราการ




สาวโรงงานบางปู บุกขึ้นโรงพัก แจ้งความเอาผิดเด็กวัดดัง ย่านสมุทรปราการ ที่อ้างเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จับก้นสาวขณะมาทำบุญ โชคดีผู้ใหญ่บ้านเข้าคุมตัวไว้ได้ทัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 มิ.ย. 58 น.ส.หวาน (นามสมมติ) อายุ 23 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศุภรักษ์ โพธิ์ศรี พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าได้ถูกชายคนหนึ่งลวนลาม ขณะที่ไปทำบุญที่วัดดังแห่งหนึ่ง กลางเมืองสมุทรปราการ โดยมี นายสมมาท วงษ์บุญรอด ผู้ใหญ่บ้านได้คุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ ทราบชื่อ นายสุริยะ ธรรมชาติ อายุ 24 ปี เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
น.ส.หวานให้การว่า ตนและเพื่อนทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ชักชวนกันไปทำบุญที่วัดดังกล่าว ต่อมาระหว่างเดินเล่นอยู่ภายในวัด นายสุริยะได้เดินเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เมื่อตนทั้งสองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป นายสุริยะก็จะเข้ามาติดอยู่ในกล้องทุกครั้ง และยังจ้องมองมาที่ตนทั้งสองอยู่ตลอด เมื่อตนรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงได้ชักชวนกันกลับบ้าน
ระหว่างนั้น นายสุริยะได้วิ่งเข้ามาหา พร้อมกับถามตนในทำนองว่าขายตัวเท่าไร ตนจึงตอบว่า มาทำบุญไม่ได้ขายตัว ขณะที่ตนกำลังจะเดินหนี นายสุริยะได้ใช้มือมาจับที่ก้นของตน ตนจึงได้ร้องให้คนช่วย ก่อนที่นายสุริยะจะเข้าไปหลบในห้องน้ำ กระทั่งผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุพบเห็น จึงได้พาคนมาช่วยจับนายสุริยะเอาไว้ได้

ด้าน นายสุริยะ สารภาพว่า ตนจับก้นฝ่ายหญิงจริง เพราะช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ดื่มสุรา จึงทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ระหว่างนั้นพบเห็นหญิงสาวทั้งสองคนเดินอยู่ภายในวัด เกิดความชอบ จึงได้เข้าไปเพื่อหวังจะลวนลาม แต่ฝ่ายหญิงร้องให้คนช่วย ตนจึงกลัว ก่อนที่จะเข้าไปหลบในห้องน้ำกระทั่งถูกจับกุม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาอนาจารในที่สาธารณะ แล้วส่งตัวดำเนินคดีต่อไป


ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์

รปภ.ลวงสาวกัมพูชาหวังข่มขืนไม่ยอมดิ่งตึกดับ

รปภ.ลวงสาวกัมพูชาหวังข่มขืนไม่ยอมดิ่งตึกดับ


ที่สน.ร่มเกล้า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 มิถุนายน พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร ผกก.สน.ร่มเกล้า พ.ต.ท.อุกฤช ศรีนิติวรวงศ์ สว.สส. และ ร.ต.อ.จารุวัจน์ ศรีราเพ็ญ รอง สว.สส. ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า จับกุมตัว นายชรินทร์ จงทอง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 5 ต.ศรีภิรมย์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหา หลังก่อเหตุกักขังหน่วงเหนี่ยวและพยายามข่มขืนสาวชาวกัมพูชา โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้างย่านสะพานใหม่ ซอยพหลโยธิน 50 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.
              การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เวลาประมาณ 13.00 น.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ร่มเกล้า รับแจ้งเหตุหญิงสาวตกจากห้องพักเลขที่ 119/115 ชั้น 3 ของอาคาร 5 แฟลตปากบึง ร่มเกล้า แขวงคลองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.นวมินทร์ 1 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเกิดเหตุทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.เปา อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นลูกจ้างร้านอาหาร ย่านรามคำแหง โดยจากแนวทางการสืบสวนทราบอีกว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่กับผู้ตาย คือนายชรินทร์ ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องที่เกิดเหตุ มีอาชีพเป็น รปภ.และได้หลบหนีไปในวันที่เกิดเหตุ จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า จึงออกสืบสวนหาข่าว จนทราบว่านายชรินทร์ ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อน ที่ย่านสะพานใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ กระทั่งพบตัวนายชรินทร์ที่ ห้างบิ๊กซี สะพานใหม่ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ร่มเกล้า
              สอบสวนนายชรินทร์ ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้หลอกลวงผู้ตายที่มีหน้าตาดี ว่าตนสามารถช่วยทำบัตรทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ จากนั้นได้ชักชวนผู้ตายมาที่ห้องของตน โดยพาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มา เมื่อมาถึงห้องได้ล๊อคประตูในห้อง แล้วได้นั่งดื่มเหล้าในห้อง ซักพักได้ขอ ผู้ตายร่วมเพศแต่ผู้ตายไม่ยินยอม จึงได้ปลุกปล้ำ แต่ผู้ตายวิ่งหลบหนีจะออกประตู ตนจึงขวางประตูไว้ พร้อมกับยึดโทรศัพย์ของผู้ตายไว้ แต่ผู้ตายสะบัดหลุดวิ่งไปที่ด้านหลังห้อง แล้วตัดสินใจปีนออกระเบียงหลังห้องแล้วตกลงมานอนหมดสติ มีเลือดไหลจำนวนมาก ด้วยความตกใจจึงรีบขับรถจักรยานตร์หลบหนีมาพักกับเพื่อน ก่อนมาถูกจับกุมดังกล่าว ทั้งนี้ตนทำลักษณะนี้เป็นเพียงครั้งแรกเท่านั้น
              อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปีกใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากมีแนวทางการสืบสวนยังทราบอีกว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ชอบหลอกลวงหญิงสาวต่างด้าว ย่านหน้ารามคำแหง ว่าสามารถทำบัตรที่ทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายได้ รวมทั้งหางานให้ แม้กระทั่งหาคู่สมรสที่เป็นชาวไทย ที่ร่ำรวยได้อีกด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหา "หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ใช้กำลังประทุษร้าย" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณที่มาข่าวจาก  คม-ชัด-ลึก

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อันตรายต้องแจ้งความ! โรคติดต่อ 'เมอร์ส'

อันตรายต้องแจ้งความ!  โรคติดต่อ 'เมอร์ส'

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ 'เมอร์ส' อันตราย - ต้องแจ้งความ


18 มิ.ย. 58  เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา http://www.mratchakitcha.soc.go.th/ ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ
                      ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ประกาศลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552 และประกาศลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557 กําหนดชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ จำนวน 50 โรค นั้น
                      อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ ดังนี้
                      "51. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome - MERS) มีอาการไข้ ไอ หอบ บางรายมีอาการรุนแรงมักมีอาการแสดงของโรคปอดอักเสบ ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว อวัยวะล้มเหลว โดยเฉพาะไตวาย จนถึงขั้นเสียชีวิต"
                      ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ
                      ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ประกาศลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ประกาศลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552 และประกาศลงวันที่
13 สิงหาคม พ.ศ. 2557 กําหนดชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ จํานวน 21 โรค นั้น
                      อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ดังนี้
                      "22. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome - MERS)"
                      ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน



ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่ออันตราย
                      ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศลงวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2524 ประกาศลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2546 และประกาศลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557 กําหนดชื่อโรคติดต่ออันตราย จํานวน 6 โรค นั้น
                      อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเพิ่มเติมชื่อโรคติดต่ออันตราย ดังนี้
                      "7. โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome - MERS)"
                      ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข


ขอบคุณที่มาข่าว จาก คม-ชัด-ลึก